วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

กิจกรรมในวาระครบ 33 ปี มูลนิธิดวงแก้วฯ

 







กิจกรรมในวาระครบ 33 ปี มูลนิธิดวงแก้วฯ

เราขอเชิญชวนพี่น้องเพื่อนฝูงกัลยาณมิตรที่รัก ร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์กิจกรรมสาธารณกุศลเหล่านี้เพื่อตอบแทนพระคุณแผ่นดินเกิด สยามประเทศที่เรารักและหวงแหนแห่งนี้ ให้พี่น้องของเรามีความสุข สมบูรณ์ทั้งกายและใจตลอดไป

โครงการกิจกรรมในวาระ 33 ปี มูลนิธิดวงแก้วฯ (2531-2564)

โครงการในปี      2563-66

โครงการด้านการแพทย์

1.            สร้างอาคาร 75ปี หลวงปู่สาครฯ รพ.ทองผาภูมิ งบประมาณ 10 ล้านบาท

2.            สร้างอาคาร 72ปี พระอาจารย์บุญมี ธัมมรโต รพ.หนองวัวซอ งบประมาณ 10 ล้านบาท

 

3.            สร้างอาคารสงฆ์อาพาธ 108 ปี หลวงตาพระมหาบัว ฯ รพ.หนองวัวซอ งบประมาณ 30 ล้านบาท

 

4.            จัดหาเครื่องมือ/อุปกรณ์ทางการแพทย์มอบให้รพ.ในชนบทที่ขาดแคลน

 

โครงการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

1. จัดสร้างเสนาสนะ วัดป่า “หลวงตาพระมหาบัว” ถวายพ่อแม่ครูจารย์บุญมี ถ้ำเต่า งบประมาณเบื้องต้น 15 ลบ.

2.  จัดสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ “๑๐๘ ปี หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน  ณ วัดป่าศรัทธาถวาย จ. อุดรธานี    

     ขนาดฐานประมาณ 25*25ม. สูงประมาณ 30ม.      งบประมาณเบื้องต้น 16 ลบ.

3.  บูรณะเสนาสนะวัดป่าบัวแก้ว ญาณสัมปันนุสรณ์ สร้างพระอุโบสถ ผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิต

     ทำถนนเข้าวัดและภายในวัด ปิดทองพระเจดีย์บัวแก้วฯ  งบประมาณเบื้องต้น 9 ลบ.     

4. จัดสร้างศาลาสร้างบุญบารมี-๑๐๘ ปี หลวงตาพระมหาบัว ณ วัดป่าบัวแก้ว ญาณสัมปันนุสรณ์

     เป็นอาคาร คสล.ชั้นครึ่ง ขนาดประมาณ10*18ม. งบประมาณเบื้องต้น 2 ลบ.

5.  จัดสร้างศาลาที่พักสงฆ์-พระอาคันตุกะ-๑๐๘ ปี ญาณสังวรานุสรณ์ ณ วัดป่าบัวแก้ว ญาณสัมปันนุสรณ์

     เป็นอาคาร คสล.ชั้นครึ่ง งบประมาณเบื้องต้น 2 ลบ.

6. จัดสร้างกุฎีรับรองพระเถระ ณ วัดป่าบัวแก้ว ญาณสัมปันนุสรณ์   งบประมาณเบื้องต้น 3.5 แสนบาท

7.  จัดพิธีบรรพชาอุปสมบท ณ วัดป่าบัวแก้วฯ เพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนา

8. โครงการให้ความรู้เรื่องพระธรรมวินัย-ธรรมะเช่นจัดทำสื่อธรรมะ

9. จัดอบรมปฏิบัติธรรม ณ วัชรธรรมสถาน และจัดอบรมนอกสถานที่ เช่น ป่าช้า, อุทยานแห่งชาติ, วัดป่ากรรมฐาน ฯ

10.  จัดโครงการ ส่งเสริมและเผยแผ่พระธรรมวินัย -จาริกบุญปฏิบัติภาวนาใน/ต่างประเทศ

11. จัดจาริกแสวงบุญประจำปี เช่น ทริปบุญผ้าอาบน้ำฝน/เทียนพรรษา, ทริปบุญผ้าจำนำพรรษา, ทริปบุญกฐินฯ

12. จัดอบรมโครงการธรรมะจากพระโอษฐ์ ต่อเนื่องปีที่ 20

 

 

โครงการส่งเสริมการศึกษา

1. จัดทำอาคารให้ รร.ในชนบทที่ขาดแคลน

2. คัดเลือก รร.ในชนบทที่ขาดแคนเพื่อจัดสร้างซ่อมแซมถาวรวัตถุ และมอบทุนการศึกษาให้

 

โครงการสาธารณะประโยชน์เช่น

1.จัดทำระบบไฟฟ้าให้หมู่บ้านถ้ำผาดำ ต.แม่ตื่น จ.ตาก ประมาณ 70 หลังคาเรือน

    ภายใต้การดูแลของพระอาจารย์มหาสมควร วัดถ้ำผาดำ งบประมาณเบื้องต้น 2 ลบ.

 

2. โรงทาน รพ.ห้วยพลู 100,000 บาท

3. มอบของปีใหม่ชาวบ้าน 300,000 บาท

4.โรงทานรพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า 100,000บาท

5. เลี้ยงปีใหม่เด็กๆบนดอยแม่ตื่น จ.ตาก 300,000 บาท

 

โครงการต่อเนื่องปี  2562-63

1.            สร้างวัดป่ามหาวัน น่าน ถวายครูจารย์อัครเดช (ตั๋น) วัดบุญญาวาส งบประมาณ 29ล้านบาท

 

สนใจร่วมสนับสนุนโครงการหรือสนับสนุนเป็นทุนสำหรับจัดซื้อของต่างๆ

กรุณาติดต่อ  คุณกาญจนา เลขาธิการมูลนิธิฯ

โทร 085-123-9952 หรืออีเมล์ vacharadham@gmail.com

ได้ที่ ธ.ทหารไทย เลขที่ 040-2-33624-2  ชื่อบัญชีวัชรธรรม

ส่งหลักฐานการโอนมาที่อีเมล์หรืออินบ๊อกซ์  เพื่อจัดส่งใบอนุโมทนาเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีได้

กราบขอบพระคุณครับ

เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles Tendinitis)

 


เอ็นร้อยหวายอักเสบ (
Achilles Tendinitis) เป็นการอักเสบบริเวณเอ็นร้อยหวายที่เป็นเอ็นเชื่อมต่อจากกล้ามเนื้อน่องไปจนถึงกระดูกส้นเท้า โดยมักเกิดจากการเล่นกีฬาหรือการใช้งานเอ็นร้อยหวายอย่างหนักซ้ำ ๆ เช่น วิ่ง หรือกระโดด เป็นต้น โดยเกิดขึ้นได้บ่อยกับผู้ที่เล่นกีฬา หากอาการไม่รุนแรงก็สามารถรักษาได้เองที่บ้าน หรือบางกรณีก็อาจต้องไปพบแพทย์

อาการทั่วไปของเอ็นร้อนหวายอักเสบที่พบได้บ่อย คือ

1.       ปวดและบวมบริเวณเหนือส้นเท้า ในขณะเดิน เล่นกีฬา หรือเมื่อยืดข้อเท้า

2.       มีอาการปวดอย่างรุนแรงหลังออกกำลังกาย

3.       มีอาการบวมที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และหากทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น

4.       รู้สึกแน่นบริเวณกล้ามเนื้อน่อง

5.       เมื่องอเท้าจะรู้สึกเคลื่อนไหวไม่ค่อยได้

6.       รู้สึกอุ่นบริเวณส้นเท้า

7.      หากผู้ป่วยมีอาการดังข้างต้นอย่างเรื้อรังหรือรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้ก็อาจทำให้เส้นเอ็นฉีกและมีอาการแย่ลงได้

สาเหตุของเอ็นร้อยหวายอักเสบ

1.       เอ็นร้อยหวายอักเสบเกิดจากการทำกิจกรรมซ้ำ ๆ หรือใช้งานเอ็นร้อยหวายมากเกินไปจนทำให้เกิดอาการตึงและบาดเจ็บ โดยส่วนใหญ่มักมีสาเหตุ ดังนี้

2.       การออกกำลังกายและการเล่นกีฬา เป็นปัจจัยที่พบได้บ่อยกว่าสาเหตุอื่น ๆ เช่น

3.       เคลื่อนไหวร่างกายอย่างฉับพลัน หรือขาดการยืดกล้ามเนื้อที่เหมาะสมก่อนออกกำลังกาย

4.       เล่นกีฬาชนิดที่ต้องหยุดเคลื่อนไหวหรือหมุนอย่างกะทันหัน เช่น เทนนิส บาสเกตบอล เป็นต้น

5.       ออกกำลังกายในท่าเดิมซ้ำ ๆ หรือเคลื่อนไหวร่างกายจนทำให้กล้ามเนื้อน่องหรือเส้นเอ็นตึงเกินไป

6.       สาเหตุอื่น ๆ

·         สวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม ไม่พอดีกับเท้า

·         สวมรองเท้าส้นสูงเป็นประจำ หรือสวมติดต่อกันเป็นเวลานาน

·         มีอายุเพิ่มมากขึ้น เพราะอาจทำให้เอ็นร้อยหวายเสื่อมลงไปตามกาลเวลา

·         มีภาวะเท้าแบน ซึ่งส่งผลให้การรับน้ำหนักของเท้าผิดปกติ เนื่องจากความโค้งของอุ้งเท้ามีน้อยหรือไม่มีเลย และอาจทำให้กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นตึงเมื่อเคลื่อนไหว

·         มีหินปูนเกาะอยู่หลังส้นเท้า

·         รับประทานยากลุ่มฟลูออโรควิโนโลน หรือยากลูโคคอร์ติคอยด์

 

การวินิจฉัยเอ็นร้อยหวายอักเสบ

แพทย์จะสอบถามผู้ป่วยเกี่ยวกับอาการปวดบวมบริเวณส้นเท้าหรือน่อง โดยมีการทดสอบ เช่น ให้ผู้ป่วยลองยืนบนลูกบอล ให้งอเข่าบนเก้าอี้โดยให้ปลายเท้าพ้นจากขอบเก้าอี้ หรือนอนคว่ำบนเตียงตรวจร่วมกับเหยียดขา จากนั้นแพทย์จะบีบบริเวณกล้ามเนื้อน่อง หากมีอาการเอ็นร้อยหวายฉีกขาด ผู้ป่วยจะไม่สามารถขยับเท้าได้ เป็นต้น ซึ่งการวินิจฉัยดังกล่าวสามารถประเมินการเคลื่อนไหวและความยืดหยุ่นของเท้าหรือข้อเท้าของผู้ป่วยได้

 

ทั้งนี้ แพทย์อาจใช้วิธีอื่นเพื่อช่วยตรวจวินิจฉัยร่วมด้วย เช่น

การเอกซเรย์ (X-Ray) ช่วยให้เห็นภาพเท้าและกระดูกขา แต่ไม่สามารถมองเห็นเนื้อเยื่ออ่อนได้

การสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าหรือเอ็มอาร์ไอ (MRI Scan) เป็นการใช้คลื่นวิทยุร่วมกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อตรวจดูความผิดปกติของเอ็นร้อยหวาย โดยช่วยให้แพทย์เห็นภาพการฉีกขาด การเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อ และรายละเอียดของเส้นเอ็นมากขึ้น

อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เป็นการใช้คลื่นเสียงตรวจเพื่อแสดงภาพเนื้อเยื่ออ่อนภายในร่างกาย โดยทำให้เห็นการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็น ความเสียหาย และการอักเสบที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้แพทย์ประเมินการไหลเวียนของเลือดได้

การรักษาเอ็นร้อยหวายอักเสบ

 

การรักษาอาการเอ็นร้อยหวายอักเสบนั้นมีหลายวิธี โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยตนเองที่บ้าน แต่หากอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง

 

การรักษาเบื้องต้น ผู้ป่วยที่มีอาการเพียงเล็กน้อยและเกิดจากสาเหตุที่ไม่รุนแรง อาจบรรเทาอาการได้ด้วยการปฏิบัติตามหลัก RICE เพื่อช่วยลดอาการปวดบวมในเบื้องต้น ดังนี้

 

1.            Rest คือ การพัก โดยควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ก่อให้เกิดแรงต่อเส้นเอ็น และไม่ควรกดบริเวณนั้นจนกว่าอาการจะดีขึ้น หากผู้ป่วยสามารถลดแรงตึงตัวของเส้นเอ็นได้ จะทำให้อาการหายดีอย่างรวดเร็ว

2.            Ice  คือ การใช้น้ำแข็งประคบ อาจใช้ถุงน้ำแข็งประคบบริเวณเส้นเอ็นที่อักเสบประมาณ 15-20 นาที โดยน้ำแข็งจะทำให้อาการบาดเจ็บและอาการบวมดีขึ้น

3.            Compression คือ การรัดด้วยผ้าพันแผล โดยรัดบริเวณเส้นเอ็นเพื่อลดอาการบวมและการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นบริเวณนั้น แต่ไม่ควรรัดผ้าพันแผลแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก

4.            Elevation คือ การยกเท้าเหนือบริเวณหน้าอก โดยอาจนอนราบบนพื้นแล้วนำหมอนมาหนุนเท้า ซึ่งจะสามารถทำให้เลือดไหลเวียนกลับเข้าสู่หัวใจและลดอาการบวมได้

อย่างไรก็ตาม หากดูแลตนเองในเบื้องต้นแล้วอาการไม่ทุเลาลงหรือทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ผู้ป่วยอาจต้องไปพบแพทย์ ซึ่งอาจต้องใช้วิธีอื่น ๆ ในการรักษาร่วมด้วย ดังนี้

 

1.             การรักษาด้วยยา หากอาการของผู้ป่วยไม่ดีขึ้นหลังจากการกินยา เช่น ยาไอบูโปรเฟน หรือยาในกลุ่มเอ็นเซด (NSAID) เป็นต้น แพทย์อาจให้ยาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อช่วยลดอาการปวดและการบาดเจ็บ

 

2.             การทำกายภาพบำบัด เป็นวิธีบำบัดรักษาด้วยใช้การออกกำลังกายหรือใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของเอ็นร้อยหวายที่อักเสบ เช่น การออกกำลังกายแบบเอกเซนตริก (Eccentric) ซึ่งเป็นการออกกำลังกายเกี่ยวกับการหดตัวของกล้ามเนื้อ อย่างการเกร็งขณะผ่อนแรงยกน้ำหนักจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นถูกยืดออก หรือการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดต่าง ๆ เพื่อช่วยเสริมการทำหน้าที่ของเส้นเอ็น อย่างการใส่อุปกรณ์ในรองเท้าหรือบริเวณส้นเท้า เป็นต้น

 

3.             การผ่าตัด เมื่อผู้ป่วยรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ แล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือเสี่ยงต่อการเกิดเอ็นฉีกขาด แพทย์อาจต้องผ่าตัดเพื่อรักษาเอ็นร้อยหวายบริเวณดังกล่าว

 

ภาวะแทรกซ้อนจากเอ็นร้อยหวายอักเสบ

 

เอ็นร้อยหวายอักเสบอาจทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาในการเดิน การออกกำลังกาย เส้นเอ็นและกระดูกข้อเท้าอาจใช้งานไม่ได้ หรือหากมีอาการรุนแรงอย่างเอ็นร้อยหวายฉีกขาด ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษา ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ หลังการผ่าตัดเอ็นร้อยหวายด้วย เช่น ภาวะเลือดออกในเนื้อเยื่อ หรือภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน เป็นต้น

 

การป้องกันเอ็นร้อยหวายอักเสบ

อาการเอ็นร้อยหวายอักเสบอาจยังไม่มีการป้องกันที่แน่ชัด แต่อาจลดความเสี่ยงได้ด้วยการปฏิบัติตามวิธีดังต่อไปนี้

1.             ยืดเหยียดร่างกายในตอนเช้าทุกวัน เพื่อยืดกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวาย โดยอาจทำก่อนหรือหลังออกกำลังกายก็ได้ และควรอบอุ่นร่างกายหรือยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายเสมอไม่หักโหมออกกำลังกายอย่างหนักเกินไป หรือหากมีอาการปวดระหว่างที่ออกกำลังกายก็ควรหยุดพัก

2.             ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อส่วนน่อง เพื่อเพิ่มความเเข็งแรง ลดความตึงเครียดของเอ็นร้อยหวาย และช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้ดีขึ้น

3.             เล่นกีฬาหลาย ๆ ชนิดสลับกันไป เพื่อลดความตึงเครียดและแรงกระทบบริเวณเส้นเอ็น

4.             เลือกรองเท้าให้เหมาะสมและรองรับอุ้งเท้าได้ดี ส่วนผู้ที่ใส่ส้นสูงอาจค่อย ๆ ลดระดับความสูงของส้นทีละน้อย และไม่ควรใช้รองเท้าคู่เดิมนานเกินไป

 

 

แพทย์ให้พักรักษาตัวควรพักเต็มที่นะครับ

อย่างฝืด

อย่าแอบไปฉีดยา

เพราะเวลาขาด ต้องผ่าตัดซ่อม ต้องAugmentation(เอาเอ็นข้างๆมาเสริม) จะดูหนา แล้วต้องใส่เฝือกเหยียบขาเดินลำบาก ต้องมาปรับเฝือกทุก2สัปดาห์ รวมเวลาสามเดือนจึงจะเดินได้

+พักรอเวลาซ่อม 6-12Weeks

+อาหารที่จำเป็นในการซ่อม collagen

โปรตีน(อาจจะcollagen supplyment ถ้ามีเงิน)

Vitamin K (K2 ได้ยิ่งดี)

Vitaminอื่น เช้น B6 B2 VitC

+นวด ใช้น้ำมันหรือครีมอะไรก็ได้ น้ำมันมะพร้าวทำให้ fibroblast เรียงตัวดีที่สุด

+oxygenation อากาศบริสุทธิ์ หรือ การหายใจลึกอยู่เสมอ ช่วยเปลี่ยน fibrous tissue เป็น fiber tendon

+ยืดเส้น แรงดึง เกิดประจุบวก ทำให้เป็นfiber tissue

-ห้ามฉีด steroid ทำให้ tendon ที่เหลืออยู่ขาดหมด

ไม่ควรกิน steroid จะยับยั้งขบวนการ

-การกิน NSAIDs ยั้บยั้งขบวนการให้ช้าลงไปอีก

ถ้าปวดควรกินยาแก้ปวดแล้วพัก

-การรับแรงมากเกิน เช่นวิ่ง กระโดด เดินมาก อาจทำให้ tendon ที่เหลือขาดอีก จึงเหมือนโรคมันเรื้อรัง

± การรักษาที่อยู่ระหว่างการวิจัย มีมาก เช่น การฉีด stem cell, การฉีด PRP (Platelet Rich plasma) ผลยังไม่ชัด อาจมีภาวะแทรกซ้อน มีความเสี่ยง ควรชั่งใจให้ดี

-ฝั่งเข็มผลการศึกษาในวงการแพทย์ยอมรับแค่เพียงลดความเจ็บปวด

แต่ก็พยายามยืดกล้ามเนื้อ เเละทำกายภาพหรือฝังเข็มได้

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

การมอบของขวัญและเครื่องกันหนาว ให้เพื่อนๆพี่น้องในชนบท ตำบล ปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ 5 ธค 63

 ร่างกำหนดการมอบของขวัญและเครื่องกันหนาว

ให้เพื่อนๆพี่น้องในชนบท ตำบล ปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ
วันพ่อ 5ธค. เรามาทำบุญถวายพ่อหลวงกันครับ
เช้าออกจากกทม. เดินทางไปกาญจนบุรี อ.ทองผาภูมิ เพื่อลงแพ ข้ามทะเลสาปเขื่อนเขาแหลม มุ่งหน้าสู่ชายแดนชนบทตำบลปิล๊อก นำของขวัญและเครื่องกันหนาวไปมอบให้เด็กๆและชาวบ้านที่ขาดแคลน เสร็จแล้วกลับมาทานอาหารกลางวันกันบนแพกลางทะเลสาป เสร็จจึงเดินทางไปกราบนมัสการพระธาตุโปอ่อง ปฏิบัติภาวนากันพอสมควรก็เดินทางกลับ ชื่นชมกับวิวทะเลสาปอันสวยงามของเขื่อนเขาแหลมชายแดนตะวันตกของประเทศไทย กลับมาถึงทองผาภูมิ ถ้ามีเวลาเราก็จะไปกราบพระธาตุและรอยพระพุทธบาทที่วัดท่าขนุน ก่อนเข้าพักตั้งเต็นท์รับลมหนาวกันที่วัดป่าบัวแก้วฯ(วัดที่สร้างถวายองค์หลวงตามหาบัว) ตกเย็นพากันสวดมนต์ภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9
เช้าตีห้าครึ่งออกเดินทางขึ้นเขาไปกราบนมัสการและปฏิบัติภาวนาบนพระธาตุบัวแก้ว รอชมทะเลหมอกยามเช้า เสร็จแล้วลงมาถวายจังหันพระสงฆ์ที่วัด ทานอาหารก้นบาตร แล้วออกเดินทางไปซื้ออาหารเลี้ยงสรรพสัตว์ที่วัดป่าหลวงตาบัว(วัดเสือ) ต่อด้วยทานอาหารป่าเมืองกาญ ที่ครัวอาสา เสร็จก็เดินทางไปนครปฐม กราบนมัสการพระปฐมเจดีย์และพระประโทนเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์สมัยเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย พากันปฏิบัติภาวนาก่อนเดินทางกลับ ธรรมวิภาวัน
5 ธ.ค. 2563 กทม.-ทองผาภูมิ
05.00 น. ธรรมวิภาวัน
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า
09.00 น. เดินทางไปลงแพที่ทองผาภูมิ-จุดนัดพบ
10.30 น. เดินทางเข้าหมู่บ้านปอสามต้น มอบของขวัญ+เครื่องกันหนาว
11.30 น. กลับมารับประทานอาหารกลางวันบนแพ
13.30 น.กราบนมัสการ พระธาตุโบอ่อง ปฏิบัติภาวนา และถวายปัจจัยไทยธรรม
15.00 น. เดินทางกลับทองผาภูมิ ถ้ามีเวลา พาคณะนมัสการรอยพระพุทธบาทวัดท่าขนุน
17.00 น. วัดป่าบัวแก้ว ญาณสัมปันนุสรณ์
19.30 น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น นั่งภาวนาถวายพระกุศลให้ ร.9
ณ พระบรมธาตุเจดีย์ ญาณสังวรานุสรณ์
6 ธ.ค. 2564 ทองผาภูมิ- นครปฐม-กทม.
06.00น. ชมทะเลหมอก-ปฏิบัติภาวนา ณ พระธาตุบัวแก้ว
08.00 น. ถวายจังหันพระสงฆ์วัดป่าบัวแก้ว
09.30 น. เดินทางออกจากวัดป่าบัวแก้วฯ
11.00 น. ทำบุญ ซื้ออาหารให้เหล่าสัตว์ที่วัดเสือ(วัดป่าหลวงตาบัว)
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ครัวอาสา
15.00 น. นมัสการพร้อมปฏิบัติภาวนา ณ องค์พระปฐมเจดีย์
16.00 น. นมัสการพร้อมปฏิบัติภาวนา ณ องค์พระประโทนเจดีย์
19.00 น. เดินทางถึงธรรมวิภาวัน
รายละเอียดสถานที่
***ปิล๊อก เป็นตำบลในอำเภอทองผาภูมิจังหวัดกาญจนบุรี การตั้งถิ่นฐานหลักของบ้านไอตองเป็นหมู่บ้านห่างไกลบนชายแดนพม่าและล้อมรอบด้วยอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิซึ่งใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบล ปิล๊อก
*** “เจดีย์พระธาตุโบอ่อง” ตั้งอยู่ที่ วัดพระธาตุโบอ่อง หมู่ 2 ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นวัดเก่าแก่ และเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านชาวกระเหรี่ยงพุทธที่อาศัยอยู่โดยรอบ (สามารถเดินทางโดยทางเรือเพียงเท่านั้น) สร้างบนยอดเขาหินปูนที่มีบ่อน้ำล้อมรอบเจดีย์สูง 6 เมตร ฐานกว้างประมาณ 3x3 เมตร บริเวณบ่อน้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ บริเวณวัด ในเกาะโบอ่องในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นพระธาตุที่เป็นศิลปะแบบมอญพม่าทาสีทองไม่ทราบว่าสร้างมาแต่สมัยใด ข้างองค์พระธาตุมีหอระฆัง มีระฆังแขวนอยู่ ชาวบ้านเล่าต่อกันมาว่าเป็นระฆังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ พระราชทานไว้ให้แขวนคู่กับพระธาตุโบอ่อง
พระธาตุบัวแก้ว พระธาตุทันใจที่สร้างเสร็จใน 12 ชั่วโมง(12 พ.ค.2560-ครบ83ปี วันอุปสมบทองค์หลวงตา) ตั้งอยู่กลางวัดป่าบัวแก้ว ญาณสัมปันนุสรณ์ที่สร้างเป็นอนุสรณ์ให้หลวงตาพระมหาบัว ถวายเป็นพระธาตุคู่กับองค์พระบรมธาตุเจดีย์ญาณสังวรานุสรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดเดียวกัน
พระปฐมเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่ใหญ่และสูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย องค์พระปฐมเจดีย์ปัจจุบันนี้ เป็นพระเจดีย์ทรงลังกา แบบสุโขทัย สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสร้างครอบเจดีย์เดิมถึงสององค์ ได้แก่ เจดีย์ทรงสถูปสาญจีตามแบบอินเดียยุคพระเจ้าอโศกมหาราช และเจดีย์ทรงขอมโบราณ
พระประโทณเจดีย์ เป็นเจดีย์สมัยทวารวดี มีรูปแบบเดิมเป็นทรงโอคว่ำ มีการขุดพบวัตถุโบราณจำนวนมากที่วัดแห่งนี้ เช่น พระพุทธรูป เศียรพระพุทธรูปปูนปั้น พระดินเผา รวมทั้งโลหะสำริดรูปพญาครุฑเหยียบนาค ซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงใช้เป็นเครื่องหมายราชการของพระองค์