วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

แนวทางการรักษาผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่




โรคปากแหว่งเพดานโหว่ โรคปากแหว่งเพดานโหว่หลังผ่าตัดแล้ว โอกาสที่จะเกิดโรคปากแหว่งเพนดาโหว่
                 โรคปากแหว่งเพดานโหว่
แนวทางการรักษาผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่
                           โดย นพ.ปิโยรส ปรียานนท์
         เริ่มจากบิดา มารดา ตั้งแต่เด็กแรกเกิด จะต้องได้รับการแนะนำจากกุมารแพทย์ ถึงสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ ในการเกิดโรคนี้ทางพันธุ์กรรม ทำให้มีโอกาสที่จะพบผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่มากขึ้นในครอบครัวที่มีประวัติความผิดปกติ ปากแหว่ง เพดานโหว่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะร้ายแรงขนาดไม่สามารถแต่งงานหรือมีบุตรได้เลย ต่อจากนั้น ก็จะต้องได้รับการแนะนำในการปฏิบัติการเลี้ยงดูเด็กในระยะแรก การวางแผนการรักษาดูแลร่วมกับแพทย์ ความรู้เรื่องการทานอาหาร (feeding) เด็กเพดานโหว่จะต้องนั่งศีรษะสูง เวลาทานจะได้ไม่สำลัก จุกนมต้องยาว รูออกของน้ำนมจะต้องใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย เด็กจะได้ดูดสะดวก และไม่ดูดเอาอากาศเข้าไปมากซึ่งจะทำให้แน่นท้อง หลังดูดนมจะต้องอุ้มเด็กให้ศีรษะอยู่สูงนาน ๆ จนเด็กเรอ เสร็จแล้วจึงนอน อาหารต่าง ๆ ไม่มีข้อจำกัด สำหรับเด็กเหล่านี้
เมื่อ ถึงเวลาจะต้องรับการผ่าตัดแก้ไข จะต้องเตรียมตัวเด็กให้พร้อม แข็งแรง ไม่มีไข้ ไอ น้ำมูก หรือการติดเชื้อโรค เพื่อจะให้ได้ผลการรักษาผ่าตัดที่ดีที่สุด หลังการผ่าตัดจะต้องดูแลความสะอาดของแผลให้ดี ต้องระมัดระวัง ไม่ให้แผลมีการฉีกขาดหรือกระทบกระเทือน จึงจำเป็นต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เพราะมักจะต้องผ่าตัดตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น 3 เดือน - 1 ปี เป็นต้น เด็กยังดูแลตัวเองไม่ได้ เด็กจะต้องได้รับการดูแลเรื่องช่องปากเป็นพิเศษ เมื่อฟันเริ่มขึ้น ถึงเวลาต้องแปรงฟันทำความสะอาดช่องปาก ควรพบทันตแพทย์เด็กให้ช่วยแนะนำ รวมทั้งทันตแพทย์จัดฟัน ซึ่งอาจต้องใช้เครื่องมือทางทันตกรรมสำหรับเด็กบางราย เพื่อช่วยเตรียมการเจริญเติบโตของฟันและเพดาน (ARC) เวลาในการผ่าตัดแก้ไขเพดานโหว่สำคัญมาก เพราะต้องแก้ไขก่อนเด็กหัดพูด ถ้าทำหลังจากนั้นเด็กจะพูดไม่ชัด แต่ถ้าทำเร็วเกินไปก็อาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้า เสร็จจากการผ่าตัดเพดานแล้ว เด็กจะต้องได้รับการอบรม การสอนการพูดให้ชัดเจน โดยอรรคบำบัด (Speech therapy) เพื่อเตรียมการและฝึกอวัยวะต่าง ๆ ในการพูดให้เหมือนปกติที่สุด โดยจะทำงานร่วมกับศัลยแพทย์และทันตแพทย์ การฝึกพูดจะแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละพื้นที่ จากการใช้ภาษา วัฒนธรรม และพื้นฐานการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากในการวางแผนการรักษาต่อเนื่อง ปัญหาอื่น ๆ เช่น ความพิการทางหู การอักเสษของหูส่วนกลาง ความพิการซ้ำซ้อนอื่น ๆ ก็ควรจะได้รับการเอาใจใส่ดูแลร่วมกัน
        Link    http://www.duangkaew.ksc.net

งานศพคุณแม่สินทรา

อยากให้แพทย์และว่าที่แพทย์ทุกคนได้อ่านครับ


   เรื่องของนายแพทย์ปิโยรส

ผู้อ่านท่านที่เคารพ ในชีวิตของคนเรานี่นะครับ บางครั้งก็อดไม่ได้
ที่จะแอบศรัทธาและภูมิใจในการกระทำของคนอื่น ผมเองก็ชื่นชมศรัทธาผู้คนอยู่หลายท่าน
หนึ่งในนั้นก็คือ นายแพทย์ ปิโยรส ปรียานนท์ เจอคุณหมอครั้งแรกเมื่อผมไปสอนที่
วิทยาลัยการทัพเรือซึ่ง ตอนโน้นคุณหมอเป็นนายทหารนักเรียนอยู่
หลังจากนั้นคุณหมอซึ่งเป็น ประธานมูลนิธิดวงแก้วก็ชวนผมไปหลายประเทศเพื่อนำทีมหมอไทย
ไปช่วยผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ผมได้แต่ส่งลูกน้องไป
ไม่เคยร่วมเดินทางกับคุณหมอและทีมงานมูลนิธิดวงแก้วซักที

เมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มเอเชียและแอฟริกา
คุณหมอและทีมงานมูลนิธิขนเครื่องใช้และอุปกรณ์การแพทย์
เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอย่างเงียบๆ
แต่ละวันทีมงานของคุณหมอทำแผลให้คนไข้จนถึงตีห้า คลื่นยักษ์สึนามิเกิดในวันที่ 26
คุณหมอลงไปช่วยจนวันที่ 30 ธันวาคม ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าคุณแม่ป่วยหนัก
จึงต้องขึ้นกรุงเทพฯเพื่อมารักษาคุณแม่

คุณแม่หายดีแล้ว คุณหมอก็ลงไปช่วยเพื่อนมนุษย์อีก สถานการณ์
ในเมืองไทยได้รับการช่วยเหลือจาก ผู้คนในประเทศดีกว่าชาติอื่น
คุณหมอก็จึงเตรียมข้าวของมากถึง 5 ตัน นำบินตรงลงไปยังประเทศศรีลังกา

ผมเจอคุณหมอโดยบังเอิญบนเครื่องบิน และยังได้พบกันอีกครั้งในขณะที่คุณหมอและ
ทีมงานปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอยู่ที่ตำบลกัลมุไนคูดี
ซึ่งที่นี่เป็นเขตอิทธิพลของพยัคฆ์ทมิฬอีแลม พวกกบฏแบ่งแยกดินแดน

คุณหมอและทีมงานบรรจุยากันจนถึงตีสองตีสาม กลางวันก็ตระเวนไปตาม คามนิคมต่างๆ
ทุกท่านใส่เสื้อที่มีธงชาติไทยติดไว้ที่หน้าอก ไปทางไหนผมได้ยินแต่ผู้คนส่งเสียงชื่นชม
ไทยแลนด์ด็อกเตอร์ๆๆๆ มีแต่ไทยด็อกเตอร์เท่านั้นที่ไปได้ถึงผู้คนในชนบท
บางครั้งทีมของคุณหมอก็เจออุปสรรคในการทำงาน
เพราะทหารศรีลังกาต้องการสิ่งของบริจาคไปเก็บไว้ (ใช้เอง?) ในค่ายทหาร

นายแพทย์ปิโยรสเป็นหมอที่มีความรู้ดีมากท่านหนึ่ง จบแพทย์จุฬาฯ แล้วก็ไปต่อด้านศัลยกรรม
ที่ญี่ปุ่นอีก 5 ปี และเรียนอีกหลายที่ครับ เช่น
ที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์โชวะแห่งญี่ปุ่น
เรียนปริญญาเอกทางพันธุวิศวกรรมการแพทย์จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ไปศึกษาเน้นด้านศีรษะและ
คอที่ศูนย์มะเร็งแห่งชาติชิบะ จากนั้นได้ทุนไปต่อที่ศูนย์การแพทย์เมาท์ไซนายที่นิวยอร์ก
พันธุวิศวกรรมการแพทย์ ที่เอ็มไอที และยังทำวิจัยต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอนของอังกฤษ ฯลฯ

คุณสมบัติชั้นยอดและมันสมองชั้นเยี่ยมอย่างคุณหมอปิโยรสนี่ มีแต่สถาบันการแพทย์ดังๆ
ของโลกอยากได้ตัว ในวัย 46 ปี ขณะนี้คุณหมอมีโอกาสทำเงินได้มาก
แต่คุณหมอกลับทำตัวเรียบง่าย ในสมองสนใจแต่ว่าจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
ได้อย่างไรแต่เพียงเท่านั้น ช่วยโดยไม่สนใจว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาไหน
และที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่อยากเป็นข่าว ไม่ต้องการประชาสัมพันธ์
ปรารถนาที่จะมีชีวิตเรียบๆเงียบๆ แต่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ

ตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากสึนามิของทางการศรีลังกาคือ 30,721 คน แต่คุณหมอและผมเชื่อว่า
ในความเป็นจริงมีมากกว่านั้นเยอะ เพราะบางที่มีการฝังโดยไม่มีการนับจำนวนและ
ไม่ได้แจ้งทางราชการ ในการเดินทางไปศรีลังกาครั้งนี้
ผมยังบังเอิญได้พบกับทีมขององค์การอนามัยโลก ที่ส่วนใหญ่ขับรถยนต์ไปตรวจตราแล้วก็
(อาจจะ) เขียนรายงาน โดยไม่ได้ลงไปช่วยเหลือชาวบ้านจริงๆอย่างทีมมูลนิธิดวงแก้ว

คนเราดวงจะเจอกันครับ ผมเจอคุณหมอปิโยรสโดยบังเอิญอีกครั้ง
ขณะที่กำลังนั่งรอเครื่องบินที่กรุงโคลัมโบ คุณหมอต้องรีบบินกลับเมืองไทย
เพราะมีโทรศัพท์แจ้งว่าอาการของคุณแม่เข้าขั้นวิกฤติ

เราถึงเมืองไทยในเวลาเที่ยงของอังคารวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2548 คุณหมอรีบตรงดิ่ง
ไปยังโรงพยาบาล ได้กราบเท้าคุณแม่ซึ่งกำลังป่วยหนัก พอได้พบหน้าลูกชาย คุณสินทรา
ปรียานนท์ ก็จากโลกนี้ไปเมื่อเวลา 17.00 นาฬิกา

ศพคุณแม่ของคุณหมอปิโยรสตั้งอยู่ ณ ศาลา 7 วัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพฯ

คุณแม่สินทราจากโลกนี้ไปแล้ว

โดยทิ้งลูกชายไว้ช่วยมนุษยชาติ. 


Posted by : GraveDigger , Date : 2005-01-23 , Time : 01:48:48 , From IP : 172.29.4.113

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

พิธีเปิดอาคาร 70ปี พระอาจารย์บุญมี . ณ รพ.ด่านมะขามเตี้ย

พิธีเปิดอาคาร 70ปี พระอาจารย์บุญมี . ณ รพ.ด่านมะขามเตี้ย
วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2562 ได้ฤกษ์ดีเปิดอาคาร 70ปี พระอจ.บุญมีฯ ที่พวกเราศิษยนุศิษย์ของพ่อแม่ครูบาอาจารย์บุญมีร่วมกันสร้างขึ้นถวายเป็นการระลึกถึงพระคุณของท่าน ที่ได้กรุณาให้ธรรมะสั่งสอนพวกเรามาตลอดเวลายาวนาน ในส่วนของมูลนิธิดวงแก้ว ท่านได้ส่งพระอจ.ฐามาดูแลวัชรธรรมสถานขององค์หลวงตาพระมหาบัวและพระอาจารย์วะไปดูแลวัดป่าบัวแก้ว ญาณสัมปันนุสรณ์ และพระบรมธาตุเจดีย์"ญาณสังวรานุสรณ์"ที่ทองผาภูม กาญจนบุรี และได้เมตตาเป็นองค์บรรยายในโครงการ Dharma Tour Dharma Talk ที่เราจัดขึ้นเพื่อให้พุทธบริษัทในต่างแดนได้มีโอกาศศึกษาและปฏิบัติธรรมและเข้าใจในคำสอนของพระบรมศาสดาได้ดียิ่งขึ้น
อาคารหลังนี้เป็นหนึ่งในห้าอาคารที่เราสร้างมอบให้กับรพ.ที่ขาดแคลนในชนบท เพราะได้เห็นความตั้งใจของน้องๆแพทย์พยาบาลที่ตั้งใจทำงานกันและยังรับทราบจากคุณเวโรจน์และผญ.หนุ่ยคนในพื้นที่ที่แจ้งให้ทราบถึงความต้องการที่จะร่วมพัฒนารพ.เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในชุมชนด่านมะขามเตี้ยนี้ เราจึงได้จัดสร้างอาคารสองชั้นขนาด27*18ม.ชั้นบนเป็นห้องประชุมใหญ่ของรพ.ที่ยังไม่เคยได้มี และชั้นล่างเป็นแผนกทันตกรรมและแผนกกายภาพบำบัด ที่พร้อมเปิดให้บริการเร็วๆนี้ ในงบประมาณ9.6ล้านบาท
พิธีเปิดครั้งนี้ได้รับเกียรติจากท่านรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข-ศุภกิจ มาเป็นตัวแทนกระทรวงสาธารณสุขรับมอบอาคารนี้จากมูลนิธิดวงแก้วฯโดยมรพระอาจารย์บุญมี ธัมมรโตเป็นผู้มอบให้ท่านศุภกิจเพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์สืบต่อไป และยังมีท่านผู้หญิงอังกาบ มาเป็นประธานทอดผ้าป่าหาเงินสบทบให้รพ.เพีื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ที่จำเป็นอีกด้วย
หลังพิธีเปิดอาคาร ทางมูลนิธิฯได้จัดถวายปัจจัยไทยธรรมและสลากภัตแด่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่กรุณามาร่วมในพิธีด้วย โดยมีสลากโชค-รางวัลใหญ่สองรางวัลได้แก่รถสามล้อไฟฟ้าเพื่อไปใช้งานในวัดได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ
สรุปปัจจัยในการก่อสร้าง9.6ล้านบาท ปัจจัยสลากภัต 2แสนบาท ปัจจัยไทยธรรมถวายสงฆ์2แสนบาท รวม10ล้านบาท สำหรับหนึ่งในโครงการการฉลองการทำงานครบ30ปีของมูลนิธิดวงแก้วฯเพื่อสาธารณประโยชน์ เพื่อตอบแทนพระคุณแผ่นดินที่ให้กำเนิดเรามา กราบขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านที่มีส่วนในบุญกุศลอันเป็นประโยชน์นี้
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี 11 คน, รวมถึง Kawin Tan, Stit Kulnaratana และ Somsak S. Wilai, ผู้คนกำลังนั่ง
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี 11 คน, รวมถึง Darmp Hungsasoot, Baew Preeyanont, Karnchana Kaewsodsee, อัญชลี พงศ์ธีรภาพ, Porntep Siriwanarangsun และ Kanchana Limthawonkit, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ





12มค.62 เปิดอาคารนิติเวช รพ.สุโขทัย

12มค.62 เปิดอาคารนิติเวช รพ.สุโขทัย
รพ.ที่ห้าแล้วนะครับที่เราร่วมกันสร้างอาคารมอบให้ในวาระ 30ปีมูลนิธิดวงแก้วฯ รพ.สุโขทัยเราจัดสร้างอาคารนิติเวชให้ใหม่ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาปัจจุบันเสร็จเรียบร้อยพร้อมให้บริการได้แล้วครับ วันนี้คณะมูลนิธิฯได้ไปเยี่ยมชมอาคารพร้อมมอบปัจจัยงวดสุดท้ายจำนวน 5แสนบาท ให้กับทางคุณหมอจุ๋ม-ภาวิณี ท่านผอ.รพ.สุโขทัยเรียบร้อยแล้วครับ ขอกราบอนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านที่มีส่วนร่วมในบุญกุศลครั้งนี้นะครับ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป
ในภาพอาจจะมี 10 คน, รวมถึง Poovanon Eamchan, Baew Preeyanont, Jida Preeyanon และ Wijitr Rodkhong, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 10 คน, รวมถึง Wijitr Rodkhong, Poovanon Eamchan และ Baew Preeyanont, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 10 คน, รวมถึง Poovanon Eamchan, Baew Preeyanont และ Wijitr Rodkhong, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน












กราบพระอาจารย์ตั๋น วัดบุญญาวาส

กราบพระอาจารย์ตั๋น วัดบุญญาวาส
หลังจังหันฟังธรรมจากครูจารย์ตั๋น เรื่องการทานอาหารท่านให้คุมตนเองอย่าตามใจกิเลส ทานอาหารพอควรอาหารสะอาดจำเป็นต่อร่างกายมิใช่เพื่อความเอร็ดอร่อย ตามความอยากของเรา ท่านยกตัวอย่างท่านเมื่อบวชใหม่ๆท่านไม่ยอมฉันอาหารถ้ายังอยากทานอยู่ และเรื่องความสำรวมระวังใจตลอด แม้แต่จะพูดจะคุย ท่านว่าบวชใหม่ๆมีโอกาสไปพบเพื่อนที่บ้านเขาถวายจังหันก็ไม่ไปเพื่อนมาตัดบาตรเห็นอยู่ก็ไม่ทักทายเป็นต้น ท่านว่าตอนเข้าวัดเป็นผ้าขาว ท่านทานวุ้นกระทิในกะละมังรวมกับอาหาร มีรสหวานแล้วมันและยังมีเผ็ดจากน้ำแกงในกะละมังอีก ท่านบ้วนทิ้งเอาน้ำล้างปากแต่พอนึกได้ก็เอามาพิจารณาว่ารสอยู่แค่ลิ้นเข้าไปแล้วก็เหมือนกัน ต่อมาก็เอามาพิจารณาอยู่เสมอๆ สรุป ท่านว่าถ้าหิวร่างกายต้องการก็ทานได้ แต่ถ้าอยากทาน ก็ลดเลิกเสีย ถึงเวลาที่ควรทานก็ทาน แต่ถ้าอยากทานก็พิจารณาอาหารก่อน
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

สนส.สิริจันโท พระอาจารย์สมเดช

สนส.สิริจันโท พระอาจารย์สมเดช
สายพระอาจารย์แบน เช้ากราบลาคุณแม่น้องสุวิทย์ออกมาถวายจังหัน และไทยธรรม พระอจ. สมเดช ท่านเมตตาสอนเรื่องการภาวนาว่า สิ่งใดๆในโลกล้วนเป็นไฟ ผ่านเข้ามาทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ เวลาเราร้อนเราก็ไม่ชอบไม่สบายกายไม่สบายใจ แต่ความร้อนจากกิเลส ตัญหา จากความโลภ ความโกรธ ความหลง นั้นร้อนกว่าอากาสร้อน เพราะทำให้เราอยากได้อยากมีอยากเป็น เป็นทุกข์ยิ่งนัก ให้หมั่นพิจารณาความจริงไม่ยึดติดในสิ่งต่างๆที่มากระทบกายใจได้ ความทุกข์ก็จะน้อยลงเบาลง

ในภาพอาจจะมี 1 คน, สถานที่ในร่ม
ในภาพอาจจะมี 5 คน, ผู้คนกำลังนั่ง, ตาราง และสถานที่ในร่ม

สำนักสงฆ์เขาสิงค์ จันทบุรี

Piyoros Preeyanont อยู่กับ Kanchana Limthawonkit และคนอื่นๆ อีก 14 คนที่ 26 มกราคม เวลา 21:41 น.Ban Tha Mai

เช้ากราบลาท่านอาจารย์ประสิทธิ์ สนส.เขาสิงห์
ท่านสอบถามเรื่องการภาวนา เรานั่งภาวนาทั้งคืนเนสันชิกได้เกือบตลอดคืนแอบพักไปครึ่งชม. ตอนสี่ทุ่มเพราะค่อนข้างเหนื่อยและเป็นเวลานอนประจำ เลยนั่งตลอดตั้งแต่ห้าทุ่มจนตีห้าองค์ภาวนาพิจารณาตามสิ่งที่มากระทบใจตลอดทั้งคืน ท่านจึงอบรมเพิ่มว่าให้ดูสิ่งที่มากระทบทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ว่ามีองค์ประกอบอย่างไรทำไมเราจึงยึดถือมาเป็นตัวตนของเรา ด้วยความพยายามมีสติตั้งมั่นจึงจะรู้ได้ตามรู้ความเป็นจริงจากสิ่งที่มากระทบ ว่าใจเราหลุดไปตามหลงชอบใจพอใจไม่พอใจกับสิ่งนั้นๆตามกิเลสไป สติตัวนี้จึงสำคัญมาก ที่เรามาภาวนากันก็ต้องฝึกสติตัวนี้เอง ท่านว่าหลังจากออกมาฝึกปฏิบัติเองไปตามป่าดงป่าช้าต่างๆเป็นไข้ติดเชื้อเกือบตายหลายครั้งเป็นมาเลเลียจนตัวเหลืองแทบตายหลายครั้งหลายหน ให้เราเอาท่านเป็นตัวอย่าง ทำจริงได้จริง ทำไม่จริงจะได้อย่างไร
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, เมฆ, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติในภาพอาจจะมี 4 คน, คนที่ยิ้ม

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, กำลังนั่ง และสุนัข