วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

พิธีอธิษฐานพรรษา

 พิธีอธิษฐานพรรษา




เมื่อถึงวันเข้าพรรษาพระสงฆ์ประชุมพร้อมกันในโรงพระอุโบสถ์ทำวัตรสวดมนต์เสร็จแล้ว เปล่งวาจาอธิษฐานพร้อมกันว่า
อิมสฺมิ อาวาเส อิมํ เตมาสํ วสฺสํ อุเปมิ (ว่า 3 หน)
แปลว่า ข้าพเจ้าจำพรรษาในอาวาสนี้ตลอด 3 เดือน
ดังนี้เมื่อออกจากโรงพระอุโบสถแล้วกลับไปถึงที่อยู่ คือ กุฏิ ทำความสะอาดปัดกวาดเรียบร้อยแล้ว ตั้งน้ำฉันไว้แล้ว กล่าวคำอธิษฐานพรรษาในกุฏิอีกว่า อิมสฺมิ วิหาเร อิมํ เตมาสํ วสฺสํ อุเปมิ (ว่า 3 หน)
แปลว่า ข้าพเจ้าจำพรรษาในกุฏินี้ตลอด 3 เดือน ดังนี้
ดังมีพิธีสำคัญอีกพิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นพิธีเกี่ยวเนื่องกับการเข้าพรรษาคือพิธีขอขมาโทษ วิธีปฏิบัติคือ พระผู้น้อยนำดอกไม้ธูปเทียนเข้าไปหาพระผู้ใหญ่ กล่าวคำขอขมาโทษ เป็นใจความว่า "ขอขมาโทษที่ได้ล่วงเกินทางกาย วาจา ใจ เพราะความประมาท" แล้วพระผู้ใหญ่ก็กล่าวตอบเป็นใจความว่า "ข้าพเจ้าขอยกโทษให้แม้ท่านก็พึงยกโทษให้ข้าพเจ้า" พระผู้น้อยก็กล่าวว่า "ข้าพเจ้ายกโทษให้" เป็นอันว่าต่างฝ่ายต่างก็ยกโทษให้แก่กันและกัน เป็นวิธีสมานสามัคคีได้อย่างดียิ่ง พิธีขอขมาโทษนี้ทำภายหลังจากอธิษฐานพรรษาแล้ว
กราบอนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านนะครับ
ปกติทุกปีพวกเรามูลนิธิดวงแก้วฯจะพากันไปกราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์เพื่อกราบทำวัตร ถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน สอบถามความเป็นอยู่ของครูบาอาจารย์ว่าสุขภาพแข็งแรงดีหรือไม่ ต้องการตรวจเช็คสุขภาพ หรือต้องการโอสถสำหรับอาการอาพาธใดๆหรือไม่ เสนาสนะที่จะจำพรรษาเรียบร้อยดีไหม ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไรหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดก็คือ การขอธรรมโอวาทจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์เพื่อที่จะได้น้อมนำมาประพฤติปฏิบัติพัฒนาตนตลอดเข้าพรรษาในปีนั้นๆ และข้อปฏิบัติในคณะเราคือ แต่ละคนจะอธิษฐานปฏิญาณตั้งสัจจะในการปฏิบัติภาวนาเพิ่มเติมตลอดพรรษาอย่างน้อย1ข้อ เช่นต้องนั่งสมาธิ/เดินจงกรมทุกวันอย่างน้อย1ชม. หรือบางท่านอาจจะสวดมนต์บทพิเศษเช่น ธรรมจักร ทุกวันฯเป็นต้น การตั้งสัจจะนี้ ข้อสำคัญคือต้องตั้งใจจริง พยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาสัจจะนั้นๆให้ได้ ในกรณีที่ทำไม่ได้ ให้มีบทลงโทษ เช่น วันนี้นั่งภาวนา1ชม.ไม่ได้ พรุ่งนี้แก้ตัวโดยนั่งรวมทบต้นเป็นสองชั่วโมงเป็นต้น หรือจะอดอาหารทั้งวัน หรือเนสัชชิกทดแทนที่ผิดสัจจะไปเป็นต้นครับ พวกเราจึงพยายามรักษาประเพณีของคณะเราไว้เสมอไม่ให้ลบเลือนจนลืมปฏิบัติไป

ไม่มีความคิดเห็น: