วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2562

พิธีเปิดอาคาร 70ปี พระอาจารย์บุญมี . ณ รพ.ด่านมะขามเตี้ย

พิธีเปิดอาคาร 70ปี พระอาจารย์บุญมี . ณ รพ.ด่านมะขามเตี้ย
วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2562 ได้ฤกษ์ดีเปิดอาคาร 70ปี พระอจ.บุญมีฯ ที่พวกเราศิษยนุศิษย์ของพ่อแม่ครูบาอาจารย์บุญมีร่วมกันสร้างขึ้นถวายเป็นการระลึกถึงพระคุณของท่าน ที่ได้กรุณาให้ธรรมะสั่งสอนพวกเรามาตลอดเวลายาวนาน ในส่วนของมูลนิธิดวงแก้ว ท่านได้ส่งพระอจ.ฐามาดูแลวัชรธรรมสถานขององค์หลวงตาพระมหาบัวและพระอาจารย์วะไปดูแลวัดป่าบัวแก้ว ญาณสัมปันนุสรณ์ และพระบรมธาตุเจดีย์"ญาณสังวรานุสรณ์"ที่ทองผาภูม กาญจนบุรี และได้เมตตาเป็นองค์บรรยายในโครงการ Dharma Tour Dharma Talk ที่เราจัดขึ้นเพื่อให้พุทธบริษัทในต่างแดนได้มีโอกาศศึกษาและปฏิบัติธรรมและเข้าใจในคำสอนของพระบรมศาสดาได้ดียิ่งขึ้น
อาคารหลังนี้เป็นหนึ่งในห้าอาคารที่เราสร้างมอบให้กับรพ.ที่ขาดแคลนในชนบท เพราะได้เห็นความตั้งใจของน้องๆแพทย์พยาบาลที่ตั้งใจทำงานกันและยังรับทราบจากคุณเวโรจน์และผญ.หนุ่ยคนในพื้นที่ที่แจ้งให้ทราบถึงความต้องการที่จะร่วมพัฒนารพ.เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในชุมชนด่านมะขามเตี้ยนี้ เราจึงได้จัดสร้างอาคารสองชั้นขนาด27*18ม.ชั้นบนเป็นห้องประชุมใหญ่ของรพ.ที่ยังไม่เคยได้มี และชั้นล่างเป็นแผนกทันตกรรมและแผนกกายภาพบำบัด ที่พร้อมเปิดให้บริการเร็วๆนี้ ในงบประมาณ9.6ล้านบาท
พิธีเปิดครั้งนี้ได้รับเกียรติจากท่านรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข-ศุภกิจ มาเป็นตัวแทนกระทรวงสาธารณสุขรับมอบอาคารนี้จากมูลนิธิดวงแก้วฯโดยมรพระอาจารย์บุญมี ธัมมรโตเป็นผู้มอบให้ท่านศุภกิจเพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์สืบต่อไป และยังมีท่านผู้หญิงอังกาบ มาเป็นประธานทอดผ้าป่าหาเงินสบทบให้รพ.เพีื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ที่จำเป็นอีกด้วย
หลังพิธีเปิดอาคาร ทางมูลนิธิฯได้จัดถวายปัจจัยไทยธรรมและสลากภัตแด่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่กรุณามาร่วมในพิธีด้วย โดยมีสลากโชค-รางวัลใหญ่สองรางวัลได้แก่รถสามล้อไฟฟ้าเพื่อไปใช้งานในวัดได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ
สรุปปัจจัยในการก่อสร้าง9.6ล้านบาท ปัจจัยสลากภัต 2แสนบาท ปัจจัยไทยธรรมถวายสงฆ์2แสนบาท รวม10ล้านบาท สำหรับหนึ่งในโครงการการฉลองการทำงานครบ30ปีของมูลนิธิดวงแก้วฯเพื่อสาธารณประโยชน์ เพื่อตอบแทนพระคุณแผ่นดินที่ให้กำเนิดเรามา กราบขออนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านที่มีส่วนในบุญกุศลอันเป็นประโยชน์นี้
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี 11 คน, รวมถึง Kawin Tan, Stit Kulnaratana และ Somsak S. Wilai, ผู้คนกำลังนั่ง
ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ในภาพอาจจะมี 11 คน, รวมถึง Darmp Hungsasoot, Baew Preeyanont, Karnchana Kaewsodsee, อัญชลี พงศ์ธีรภาพ, Porntep Siriwanarangsun และ Kanchana Limthawonkit, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ





12มค.62 เปิดอาคารนิติเวช รพ.สุโขทัย

12มค.62 เปิดอาคารนิติเวช รพ.สุโขทัย
รพ.ที่ห้าแล้วนะครับที่เราร่วมกันสร้างอาคารมอบให้ในวาระ 30ปีมูลนิธิดวงแก้วฯ รพ.สุโขทัยเราจัดสร้างอาคารนิติเวชให้ใหม่ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาปัจจุบันเสร็จเรียบร้อยพร้อมให้บริการได้แล้วครับ วันนี้คณะมูลนิธิฯได้ไปเยี่ยมชมอาคารพร้อมมอบปัจจัยงวดสุดท้ายจำนวน 5แสนบาท ให้กับทางคุณหมอจุ๋ม-ภาวิณี ท่านผอ.รพ.สุโขทัยเรียบร้อยแล้วครับ ขอกราบอนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านที่มีส่วนร่วมในบุญกุศลครั้งนี้นะครับ

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป
ในภาพอาจจะมี 10 คน, รวมถึง Poovanon Eamchan, Baew Preeyanont, Jida Preeyanon และ Wijitr Rodkhong, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 10 คน, รวมถึง Wijitr Rodkhong, Poovanon Eamchan และ Baew Preeyanont, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน
ในภาพอาจจะมี 10 คน, รวมถึง Poovanon Eamchan, Baew Preeyanont และ Wijitr Rodkhong, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน












กราบพระอาจารย์ตั๋น วัดบุญญาวาส

กราบพระอาจารย์ตั๋น วัดบุญญาวาส
หลังจังหันฟังธรรมจากครูจารย์ตั๋น เรื่องการทานอาหารท่านให้คุมตนเองอย่าตามใจกิเลส ทานอาหารพอควรอาหารสะอาดจำเป็นต่อร่างกายมิใช่เพื่อความเอร็ดอร่อย ตามความอยากของเรา ท่านยกตัวอย่างท่านเมื่อบวชใหม่ๆท่านไม่ยอมฉันอาหารถ้ายังอยากทานอยู่ และเรื่องความสำรวมระวังใจตลอด แม้แต่จะพูดจะคุย ท่านว่าบวชใหม่ๆมีโอกาสไปพบเพื่อนที่บ้านเขาถวายจังหันก็ไม่ไปเพื่อนมาตัดบาตรเห็นอยู่ก็ไม่ทักทายเป็นต้น ท่านว่าตอนเข้าวัดเป็นผ้าขาว ท่านทานวุ้นกระทิในกะละมังรวมกับอาหาร มีรสหวานแล้วมันและยังมีเผ็ดจากน้ำแกงในกะละมังอีก ท่านบ้วนทิ้งเอาน้ำล้างปากแต่พอนึกได้ก็เอามาพิจารณาว่ารสอยู่แค่ลิ้นเข้าไปแล้วก็เหมือนกัน ต่อมาก็เอามาพิจารณาอยู่เสมอๆ สรุป ท่านว่าถ้าหิวร่างกายต้องการก็ทานได้ แต่ถ้าอยากทาน ก็ลดเลิกเสีย ถึงเวลาที่ควรทานก็ทาน แต่ถ้าอยากทานก็พิจารณาอาหารก่อน
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

สนส.สิริจันโท พระอาจารย์สมเดช

สนส.สิริจันโท พระอาจารย์สมเดช
สายพระอาจารย์แบน เช้ากราบลาคุณแม่น้องสุวิทย์ออกมาถวายจังหัน และไทยธรรม พระอจ. สมเดช ท่านเมตตาสอนเรื่องการภาวนาว่า สิ่งใดๆในโลกล้วนเป็นไฟ ผ่านเข้ามาทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ เวลาเราร้อนเราก็ไม่ชอบไม่สบายกายไม่สบายใจ แต่ความร้อนจากกิเลส ตัญหา จากความโลภ ความโกรธ ความหลง นั้นร้อนกว่าอากาสร้อน เพราะทำให้เราอยากได้อยากมีอยากเป็น เป็นทุกข์ยิ่งนัก ให้หมั่นพิจารณาความจริงไม่ยึดติดในสิ่งต่างๆที่มากระทบกายใจได้ ความทุกข์ก็จะน้อยลงเบาลง

ในภาพอาจจะมี 1 คน, สถานที่ในร่ม
ในภาพอาจจะมี 5 คน, ผู้คนกำลังนั่ง, ตาราง และสถานที่ในร่ม

สำนักสงฆ์เขาสิงค์ จันทบุรี

Piyoros Preeyanont อยู่กับ Kanchana Limthawonkit และคนอื่นๆ อีก 14 คนที่ 26 มกราคม เวลา 21:41 น.Ban Tha Mai

เช้ากราบลาท่านอาจารย์ประสิทธิ์ สนส.เขาสิงห์
ท่านสอบถามเรื่องการภาวนา เรานั่งภาวนาทั้งคืนเนสันชิกได้เกือบตลอดคืนแอบพักไปครึ่งชม. ตอนสี่ทุ่มเพราะค่อนข้างเหนื่อยและเป็นเวลานอนประจำ เลยนั่งตลอดตั้งแต่ห้าทุ่มจนตีห้าองค์ภาวนาพิจารณาตามสิ่งที่มากระทบใจตลอดทั้งคืน ท่านจึงอบรมเพิ่มว่าให้ดูสิ่งที่มากระทบทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ว่ามีองค์ประกอบอย่างไรทำไมเราจึงยึดถือมาเป็นตัวตนของเรา ด้วยความพยายามมีสติตั้งมั่นจึงจะรู้ได้ตามรู้ความเป็นจริงจากสิ่งที่มากระทบ ว่าใจเราหลุดไปตามหลงชอบใจพอใจไม่พอใจกับสิ่งนั้นๆตามกิเลสไป สติตัวนี้จึงสำคัญมาก ที่เรามาภาวนากันก็ต้องฝึกสติตัวนี้เอง ท่านว่าหลังจากออกมาฝึกปฏิบัติเองไปตามป่าดงป่าช้าต่างๆเป็นไข้ติดเชื้อเกือบตายหลายครั้งเป็นมาเลเลียจนตัวเหลืองแทบตายหลายครั้งหลายหน ให้เราเอาท่านเป็นตัวอย่าง ทำจริงได้จริง ทำไม่จริงจะได้อย่างไร
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, เมฆ, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติในภาพอาจจะมี 4 คน, คนที่ยิ้ม

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, กำลังนั่ง และสุนัข