วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การถวายผ้าอาบน้ำฝน



คำถวายผ้าอาบน้ำฝน

อิมานิ มะยัง ภันเตวัสสิกะสาฏิกานิ,  สะปะริวารานิ,
ภิกขุสีละวันตัสสะ, โอโณชะยามะสาธุ โน ภันเต, ภิกขุ สีละวันโต,
อิมานิ  วัสสิกะสาฏิกานิ,  สะปะริวารานิปะฏิคคันหาตุ,
อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะนิพพานะปัจจะโยโหตุ.

ข้าแต่พระภิกษุผู้ทรงศีลผู้เจริญ, ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ขอน้อมถวาย,ผ้าอาบน้ำฝน-กับบริวารทั้งหลายเหล่านี้,
แด่ท่านผู้ทรงศีล,ขอพระภิกษุผู้ทรงศีลโปรดรับ,  ผ้าอาบน้ำฝน กับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านี้, ของข้าพเจ้าทั้งหลาย,
เพื่อประโยชน์,และความสุข,แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนานและเป็นปัจจัย-แห่งพระนิพพานด้วยเทอญ.

ผ้าอาบ (ผ้าวัสสิกสาฎก)
ผ้าอาบน้ำฝน คือ ผ้าสำหรับใช้นุ่งในเวลาอาบน้ำฝนหรืออาบน้ำทั่วไป  ผ้าอาบแบบนี้จะทำมาจากผ้าดิบ มาย้อมด้วยสีดินแดง ซึ่งตามพระวินัยแล้วจะไม่ให้ย้อมเป็นสีจีวร มีความกว้างประมาณ 1 หลา ยาว 2 หลา พับและเย็บริมกันผ้ายุ่ย ข้อดีของผ้าอาบน้ำฝน คือ มีความทนทาน เนื้อผ้าไม่บาง นุ่งห่มแล้วไม่โป๊ นอกจากพระป่าจะใช้ผ้าชนิดนี้นุ่งสรงน้ำแล้ว ก็ยังใช้นุ่งในเวลาทำข้อวัตรแทนสบง เพราะเป็นการรักษาสบง
เพราะการทำข้อวัตร ได้แก่ การกวาดลานวัด ตักน้ำ ทำความสะอาดวัด ผ่าฟืน จนไปถึงการทำงานก่อสร้าง ซึ่งเป็นงานที่ต้องเสี่ยงกับความสกปรก อาจเลอะสบง การนุ่งซ้อนกับสบงเพื่อไว้เป็นซับใน คลุมตักในเวลาฉันกันจีวรเลอะ เป็นผ้าเช็ดบาตร เป็นต้น ซึ่งผ้าอาบน้ำนอกจากพระจะใช้ในช่วงเข้าพรรษาแล้ว ภายหลังจากออกพรรษา พระท่านจะถอนผ้าให้เป็นผ้าบังสุกุลก่อน แล้วจึงอธิษฐานผ้าใหม่ให้เป็นผ้าบริขาร เพื่อจะใช้ผ้านั้นได้ตลอดไป
ถ้าหากท่านใดจะถวายนอกฤดูถวายผ้าอาบน้ำฝน ก็พึงถวายเป็นผ้าบังสุกุล

ผ้าวัสสิกสาฏก หรือ ผ้าจำนำพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน คือ ผ้าสำหรับใช้นุ่งเวลาอาบน้ำฝน เรียกว่า ผ้าอาบน้ำฝน
ในพุทธกาลพระภิกษุสงฆ์จะไม่มีผ้าอาบน้ำฝน ดังนั้นเมื่อพระภิกษุสงฆ์จะสรงน้ำจึงต้องเปลือยกายเป็นที่ไม่น่ามองของผู้มาพบเห็นเมื่อนางวิสาขามาพบเข้าก็ได้ทูลขอพระบรมพุทธานุญาตจากพระพุทธเจ้าให้พระสงฆ์ได้มีผ้าอาบน้ำสำหรับเปลี่ยนเวลาสรงน้ำในระหว่างฤดูฝน ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ทรงอนุญาตตามที่นางวิสาขาขอ  ดังนั้นนางวิสาขาจึงเป็นสตรีคนแรกที่ได้ถวายผ้าอาบน้ำฝนหรือผ้าวัสสิกสาฏก ให้แก่พระสงฆ์ในวันเข้าพรรษา

ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน เป็นประเพณีมาตั้งแต่โบราณกาล ในครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้ตรัสให้พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 7 ไปจนถึงเดือน 8 ขึ้น 15 ค่ำ และทรงอนุญาตนุ่งหุ่มได้ตั้งแต่ แรม 1 ค่ำเดือน 8 ไป และห้ามมิให้พระภิกษุสงฆ์แสวงหาผ้านุ่งห่มเลยไปจากทรงอนุญาตไว้


เมื่อทรงกำหนดไว้ดังนี้แล้วครั้งถึงเวลาบรรดาพุทธศาสนิกชน จึงชวนกันบริจาคทรัพย์ของตน และจัดหาผ้าอาบน้ำฝนนำไปถวายพระภิกษุสงฆ์ที่วัด ทั้งนี้เพื่อมิให้พระภิกษุสงฆ์ต้องกังวลในเรื่องการแสวงหา จะได้ตั้งหน้าประพฤติสมณธรรมโดย มิต้องกังวลจึงเป็นอานิสงส์อย่างหนึ่งที่ควรจะประกอบ เพื่อจรรโลงศาสนาให้รุ่งเรืองถาวรสืบไป

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Openning Ceremony of Wat Thai Rattanaprateep Budapest 11Jun16



พิธีเปิดวัดไทยรัตนประทีป บูดาเปสต์ ฮังการี 11มิย.59

พระอจ.บญมีเมตตาไปเป็นประธานเปิดและแสดงธรรมบรรยายในวันเปิดและที่วัดไทยญาณสังวร เวียนนา และวิทยาลัยธรรมะเกท ในโครงการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่19 แห่งราชอาณาจักรสยามประเทศ

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Pray for Kumamoto 2016



















Pray for Kumamoto 2016

จากภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่คุมาโมโต้ ปลายเดือนก่อน มูลนิธิดวงแก้วได้ส่งผ้าห่ม1000และเสื้อผ้า1500ตัวมูลค่าประมาณ1.2ล้านบาทไปมอบให้กับผู้ประสบภัยในบริเวณต่างๆผ่านทางเพื่อนๆของเราที่รพ.คุมาโมโต้ ของได้ไปถึงประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปลายเดือนโดยการประสานงานจัดส่งโดยคุณยุทธนา Yuttana Silpsarnvitch ถึงรพ.คุมาโมโต้ และนำไปที่ศูย์ประสานงานช่วยเหลือภัยพิบัติจัดเก็บเพื่อรอแจกจ่ายเมื่อวันที่19พค.ที่ผ่านมา มีข่าวที่เมืองคุมาโมโต้กล่าวขอบคุณโดยกรรมการบริหารกลุ่มรพ.Juryo Group อดีตผู้ว่าการรัฐ ดังนี้
From Kumamoto newspaper
Support supplies has arrived from Thailand. Dr. Piyoros , Duangkaew foundation who was a trainee at Kinoh hospital about 20 years ago, sent blankets and T-shirts to the earthquake victims in Kumamoto. He thought that there must be something for Kumamoto where his dear friends live. T-shirts has arrived at the prefectural supplies storage warehouse on the 19th of May and they will be provided to the cities, towns and Villages where request them. Yatsushiro city that has requested already received 1.000 blankets on the 19th. 「I'm very happy to know that there are people who live in the remote country from Kumamoto, care about us」 Mr. Hiroyuki Yonemitsu said.
ถึงแม้จะเป็นของจำนวนไม่มากนักแต่ก็มาจากใจพวกเราทุกคนที่ได้มีโอกาสแสดงความขอบคุณที่ท่านได้ช่วยเหลือรับแพทย์พยาบาลจากมูลนิธิไปดูแลอบรมให้ความรู้มาแล้วกว่า50คน ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่เราได้ทำร่วมกันครับ
กราบอนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านที่มีส่วนช่วยเหลือในงานครั้งนี้ครับ

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

http://www.duangkaew-foundation.org/
เพิ่งลองทำเองครับ แนะนำแก้ไขให้ด้วยนะครับ

DUANG-KAEW FOUNDATION
U๊nder the Patronage
of His Holiness Royal Thai Supreme Patriarch

 

HISTORY

The Duangkaew Foundation was founded in 1988, by a group of plastic surgeons in Bangkok, Thailand.  Their main objective was to ease the plight of the handicapped, the disabled and the needy in the countryside and provide them access to medical facilities and personnel.  Duangkaew strives to bring to the poor, including plastic surgery to correct birth defects, disfigurement resulting from accidents, unsightly protuberances, etc.  Originally, Duangkaew directed its efforts mainly to helping children suffering from birth defects, harelip, cleft palate, tumors, abnormal organs, scars, bumps, burns, skin stains, etc.  Currently, Duangkaew is directing its aid to the general population, including the young and the old.
The surgical teams include specialists in Plastic and reconstructive surgery and volunteers. They travel to the remotest provinces to deliver their services to the poor without discriminate on the basis race, creed, color, religion or national origin, their expedition team of surgeon and volunteer staff has also rendered medical services to patients in the neighboring countries.  Help is not limited to medical services, but also includes help to needy rural students and schools, nutrition (lunch) projects, donation of educational, sports and utility equipment, vocational training, etc.

OBJECTIVES

The Duangkaew Foundation was established with the basic aim to helping the disabled and the disadvantaged achieve a greater degree of happiness to become respected members of society.  The Foundation has three primary objectives:
  1. To help the disabled and the disadvantaged
  2. To promote medical research
  3. To spread the faith in Buddhism
The Foundation realizes that drugs alone cannot treat the suffering of the impoverished and the disabled in the isolated areas.  It is very difficult for these people to travel to the city due to their state of poverty.  In addition, the rural hospitals have shortages of doctors, including specialists with specialized equipment.  Only medical specials, not normally found in rural areas or provincial hospitals, can eliminate the physical deformities of these patients.  The Duangkaew Foundation seeks to bridge this gap.