วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565

วัดเชิงท่า ภาวนา ข้างโบสถ์ที่พระเจ้าตากบวช!

 🙏




19 มีค.65 9.วัดเชิงท่า ภาวนา ข้างโบสถ์ที่พระเจ้าตากบวช!
คณะเรามานั่งภาวนากันที่ข้างโบสถ์เก่า ทำวัตรเย็นเสร็จก็นั่งภาวนาต่จนห้าทุ่ม ช่วงนี้มีไฟส่องพระปรางค์ตลอด พักหนึ่งชม. แล้วนั่งภาวนาต่อจนเช้าช่วงนี้ไฟส่องเจดีย์ปิดแล้ว อากาศกำลังสบายๆ ผ่านไปอึกใจก็เช้าแล้วครับ พระจันทร์ทรงกลด ส่องสว่างทั้งคืน นับว่าบรรยากาศดีจริงๆ อิฐแต่ละก้อน เจดีย์ที่พุพัง ย้อนใจเรากลับไปสู่อดีต สะทกสะท้อนว่ากายนี้ของเราก็เช่นกัน ต้องจากกันไปสักวัน แม้วัตถุต้องแตกสลายไป ขอเพียงใจที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาคงอยู่ในใจนี้ตลอดไปก็เพียงพอแล้ว !!
วัดเชิงท่า มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยพระองค์หนึ่ง คือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช อย่างไร? กล่าวคือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช ทรงมีความเกี่ยวเนื่องกับวัดแห่งนี้ถึง ๒ ครั้ง และเป็นช่วงสำคัญของชีวิตทั้ง ๒ ครั้ง ของพระองค์เลยทีเดียว
ครั้งที่ ๑ ในปีพุทธศักราช ๒๒๘๔ เด็กชายสิน (สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช) อายุได้ ๗ ปี เจ้าพระยาจักรี (โรงฆ้อง) ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรม ได้นำ เด็กชายสิน เข้าสำนักการศึกษากับ พระอาจารย์ (มหาเถร) ทองดี ณ วัดโกษาวาสน์
เนื่องจาก เด็กชายสิน เป็นเด็กเฉลียวฉลาด มีความคล่องแคล่ว เรียนรู้การงาน และการเรียนได้รวดเร็วกว่าเด็กทั่วไป จึงช่วยเหลืองานต่าง ๆ ของวัดได้เป็นอย่างดี และเป็นคนทำอะไรทำจริง มิหนำซ้ำยังมีใจนักเลงกล้าได้กล้าเสีย เด็กชายสิน จึงขึ้นขั้นเป็นหัวโจกลูกศิษย์วัดด้วยกันเลยทีเดียว วันหนึ่ง เด็กชายสิน ได้ชักชวนศิษย์วัด เปิดบ่อนพนันเป็นเจ้ามือเล่นกำถั่วขึ้นในวัด พระเดินมาเห็นเข้า จึงได้นำเรื่องไปฟ้อง พระอาจารย์ทองดี พระอาจารย์ทองดี ไต่สวน สืบความ ได้ความกระจ่างว่า เด็กชายสิน เป็นหัวโจกชักชวนเพื่อนเล่นการพนันจริง ฝ่าฝืนกฎระเบียบของวัด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เด็กคนอื่น ๆ พระอาจารย์ทองดี จึงได้ทำการลงโทษ เด็กชายสิน สถานหนัก โดยนำตัวไปมัดมือคร่อมอยู่กับบันไดท่าน้ำ ตั้งแต่ตอนบ่ายจนตกค่ำ ส่วน พระอาจารย์ทองดี เมื่อจัดการลงโทษแล้ว ได้เข้าวัดปฏิบัติศาสนกิจตามปกติ เวลาพลบค่ำน้ำขึ้นท่วมบันได และได้ท่วมร่างเด็กชายสิน แต่ด้วยปาฏิหาริย์ เสาบันไดนั้นถอนหลุดลอยน้ำ นำร่าง เด็กชายสิน ไปพร้อมกับบันได เวลาล่วงเลยนานเข้า พระอาจารย์ทองดีเกิดนึกขึ้นมาได้ จึงชวนพระลูกวัดไปดูที่ท่าน้ำ ปรากฏว่าไม่พบ เด็กชายสิน พระอาจารย์ทองดี ตกใจมาก เกรงว่าจะถูก เจ้าพระยาจักรี (โรงฆ้อง) ตำหนิ จึงพากันรีบค้นหา ในที่สุดก็พบ เด็กชายสิน ลอยผูกติดกับบันได อยู่ฝั่งตรงข้ามท่าน้ำ พระอาจารย์ทองดี รีบนำตัวเด็กชายสินให้พ้นจากน้ำทันที และพาเข้าไปในพระอุโบสถ ให้ เด็กชายสิน นั่งลงต่อหน้าพระพักตร์พระพุทธรูป (พระประธาน) อยู่ท่ามกลางคณะสงฆ์ จากนั้นพระสงฆ์ร่วมสวดพระพุทธมนต์ ชยันโต เป็นการรับขวัญที่ เด็กชายสิน รอดตายราวปาฏิหาริย์ ขณะอยู่ในสำนักของ พระอาจารย์ทองดี เด็กชายสิน ได้เรียนหนังสือขอมไทย เรียนคัมภีร์พระไตรปิฎก จนจบครบขบวนความ
ครั้งที่ ๒ ในปีพุทธศักราช ๒๒๙๘ มหาดเล็ก (สิน) (เข้าถวายตัวเป็น มหาดเล็ก อยู่ในพระบรมราชวังรับใช้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๒๙๐) อายุครบ ๒๑ ปี ได้กราบถวายบังคมลาอุปสมบทต่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ พระองค์ได้ทรงอนุญาตให้ นายสิน ได้บวชเป็น พระภิกษุสิน และจำพรรษาอยู่ที่ วัดโกษาวาสน์ วัดเดิมที่เคยเป็นศิษย์วัดอยู่กับ พระอาจารย์ทองดี ขณะ พระภิกษุสิน จำพรรษาที่ ๓ นายทองด้วง ซึ่งมีอายุอ่อนกว่า พระภิกษุสิน ๒ ปี (พระราชสมภพปีพุทธศักราช ๒๒๗๙) ได้อุปสมบท และเนื่องจากวัดอยู่ใกล้กัน พระภิกษุทั้ง ๒ รูป จึงมักได้พบกันบ่อยครั้ง เช้าวันหนึ่งขณะ พระภิกษุสิน จาริกรับบาตร ผ่านบ้านเรือนไทยจีน ซึ่งตั้งอยู่ในละแวกนั้น ครั้นเดินมาถึงมุมโบสถ์พราหมณ์ ถนนชีกุญ ได้พบกับ พระภิกษุทองด้วง ขณะภิกษุสหายทั้ง ๒ รอรับบาตรข้าว ได้มีซินแสชาวจีนผู้หนึ่ง เดินผ่านมาพบพระภิกษุทั้ง ๒ ซินแสผู้นั้นพินิจดู พระภิกษุสิน และ พระภิกษุทองด้วง ด้วยความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อพิจารณาได้สักครู่ จึงกล่าวว่า ไม่น่าเชื่อเลยที่ได้เห็นกษัตริย์ไทยสององค์มาเดินบิณฑบาตด้วยกันอย่างนี้ และได้ทำนายว่า ต่อไปในภายภาคหน้า พระคุณเจ้าทั้งสองจะต้องได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์อย่างแน่นอน ขอให้คำทำนายนี้จงเป็นมงคลสืบไปเถิดพระคุณเจ้า ซินแสถวายคำทำนายแล้ว ได้อำลาจากไป ปล่อยให้ พระภิกษุสิน และ พระภิกษุทองด้วง มองตากันด้วยความรู้สึกขบขัน แล้วเดินบิณฑบาตต่อไป โดยไม่ได้ซักอะไรอีก
คุณ, วินัย ลุนพรม, Monta Kumraksa และ คนอื่นๆ อีก 124 คน
ความคิดเห็น 24 รายการ
แชร์ 5 ครั้ง
รักเลย
รักเลย
แสดงความคิดเห็น
แชร์

21 มีค. 65 ภาวนาสัญจร อยุธยา

 



21 มีค. 65 ภาวนาสัญจร
(อยุธยา 19-20มีค.) 🌙 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พวกเรารวมตัวกันไปปฏิบัติภาวนานอกสถานที่(วัชรธรรมสถาน) ครั้งนี้เราไปโบราณสถาน วัดร้าง ในอยุธยา เริ่มด้วยไปรวมตัวพบกันที่วัดหน้าพระเมรุ วัดที่คงสภาพเดิมไว้ได้มากที่สุดเพราะไม่ได้ถูกพม่าทำลาย จากนั้นเราก็ได้ผ่านเข้าประตูแห่งกาลเวลา ณ วัดพระงาม เพื่อปรับสภาพจิตใจให้หวนคำนึงถึงอดีต600-700ปีก่อน จากนั้นก็นั่งภาวนากันที่วัดร้าง ที่เงียบสงบ แม้อาจมีสัตว์ตัวน้อย เช่นมดแมลงมารบกวนบ้างก็เป็นธรรมดา การมาภาวนานอกสถานที่มิได้มาหาความสะดวกสบายกัน แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ที่จะอยู่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มีเวลาและสถานที่เงียบสงบ ปล่อยใจให้ได้สัมผัสกับจิตเดิมแท้ของมันเอง จิตใจที่สงบหาได้ยากยิ่งนัก เมื่ออยู่ท่ามกลางวัดร้างเหล่านี้ เรามักจะสงบได้ง่ายขึ้น วัดวาอารามเหล่านี้ล้วนสร้างขึ้นด้วยพลังความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทุ่มเทเงินทองของมีค่าต่างๆมาประดับประดาไว้เพราะคิดว่าวัตถุเหล่านั้นจะทำให้เขาเข้าถึงศาสนาได้? แต่ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพังเท่านั้น หลวงปู่มั่นเคยสอนวิญญาณที่ยึดติดในเจดีย์ที่ตนสร้างจนไปเกิดในภพที่สูงขึ้นไม่ได้ การเข้าถึงพระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดานั้น มีทางเข้าถึงทางเดียวคือการพัฒนาจิตใจเท่านั้น การที่เรามุ่งปฏิบัติภาวนาตามแนวทางคำสอนของพระศาสดา พ่อแม่ครูบาอาจารย์จึงเป็นหนทางที่เรามุ่งเพียรพยายามอยู่ เพื่อให้ใจดวงนี้พัฒนาขึ้นจนสามารถเห็นสภาพตามความเป็นจริงของกายของใจนี้รวมทั้งสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วย แน่นอน การความคุมกายวาจานั้นย่อมจำเป็นเสมอ การปฏิบัติสมาธิภาวนาก็จำเป็นเช่นกัน เมื่อใจไม่ฟุ้งไปกับอารมภ์ภายนอก/ภายในแล้ว ปัญญาญาณจากการพิจารณาธรรมเบื้องหน้าจึงเกิดขึ้น แม้ค่อยๆเป็นไปที่ละเล็กที่ละน้อยก็พอใจแล้ว วันนี้พอตกเย็นเราก็ย้ายไปภาวนาต่อที่วัดเชิงท่า เพราะมีรายงานว่าฝนจะตกคืนนี้ แม้บรรยากาศอาจแตกต่างบ้างแต่ก็สัปปายะดีมากครับ เราได้สวดมนต์ภาวนากันภายในพระอุโบสถที่พระเจ้าตากสินมหาราชทรงผนวช ได้ทำวัตรเช้าเย็นหน้าพระประธานในวิหารร้างหน้าพระปรางค์อายุกว่า700ปี ตลอดคืนได้นั่งภาวนา เนสัชชิกไม่นอน และที่ลำบากอีกหน่อยก็คือเรานั่งภาวนากันสองรอบ รอบแรก4ชม.รอบสอง5ชั่วโมง ติดต่อกันไม่ลุกไม่ขยับกัน ระหว่างนั้นมีเบรคให้พักเข้าห้องน้ำ สนทนาธรรมกัน1ชม. สำหรับผู้ใหม่คงลำบากหน่อย แต่ผู้คุ้นเคยแล้วก็สงบสบายดีครับ เฝ้ามองความจริงของความทุกขเวทนาที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ใจคงหนีไปคิดเรื่องอื่นยากหน่อยครับ ช่วงดึกๆลมพายุแรงมากคล้ายฝนจะตก ต้นไม้หลังอุโบสถ/เจดีย์เขย่าไหวอย่างแรงเกือบชั่วโมง เราก็เป็นห่วงเพื่อนๆเพราะถ้าฝนตกคงต้องย้ายที่กัน แต่กลับไม่ตกและอากาศเย็นสบายสัปปายะต่อการปฏิบัติภาวนายิ่งนัก เช้าทำวัตรเช้าเสร็จก็ไปตลาดซื้อปลาปล่อยชีวิตให้พ้นความตายซื้ออาหารไปถวายพ่อแม่ครูอาจารย์ที่บ้านเทวธรรมทำบุญซื้อที่ดินกับพระอาจารย์สุธรรม เติมเสบียงบุญกัน มีเวลาสนทนาธรรมสรุปการภาวนาที่ปฏิบัติกันมาตลอดคืนแล้วแยกย้ายกลับบ้าน จบการภาวนาสัญจรไปอีกครั้ง กราบอนุโมทนาบุญกับทุกๆท่านครับ เพื่อนๆที่สนใจ ครั้งหน้าเร็วๆนี้ครับ แต่อาจเป็นวัดร้างหรือ สุสาน หรือที่ภาวนาที่สัปปายะอื่นๆ รอติดตามนะครับ
คุณ, Darmp Hungsasoot, วินัย ลุนพรม และ คนอื่นๆ อีก 108 คน
ความคิดเห็น 34 รายการ
แชร์ 1 ครั้ง
รักเลย
รักเลย
แสดงความคิดเห็น
แชร์

เตรียมพิธีบวงสรวงพิธีวางศิลาฤกษ์อาคาร “108 ปี หลวงตาพระมหาบัว”





💖 29 มีค.65 เตรียมพิธีบวงสรวง
นำแผ่นศิลาฤกษ์ และเครื่องบูชาฤกษ์ ไปมอบให้อาจารย์บาง(ศิษย์คุณตาทองแถม - อาจารย์ใหญ่ในวิชาพรหมศาสตร์ ) ปัจจุบันท่านอายุ 88ปีแล้วครับ อาจารย์บางเป็นอจ.พรหมศาสตร์ที่ทางมูลนิธิมักเรียนเชิญท่านไปทำพิธีให้เสมอๆ ทั้งสร้างวัด สร้างเจดีย์ สร้างอาคารเรียนและสร้างอาคารโรงพยาบาล เสร็จก็เรียนปรึกษาเรื่องงานพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคาร 108 ปี หลวงตาพระมหาบัว" ณ รพ.บ้านไผ่ ใน วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน นี้ครับ ไม่แน่ว่าอาจจะได้เป็นงานใหญ่สุดท้ายที่เราจะทำได้หรือเปล่าก็ไม่ทราบนะครับ เพื่อนๆท่านใดว่างเรียนเชิญร่วมงานนะครับ อนุโมทนา🙏
กำหนดการ
พิธีวางศิลาฤกษ์ อาคาร “108 ปี หลวงตาพระมหาบัว”
ณ รพ.บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2565
06.30 น. คณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติพร้อมกัน ณ มณฑลพิธี
07.00 น. ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวนประมาณ .... รูป
07.30 น. อังคาสถวายจังหันแด่พระสงฆ์
08.30 น. พิธีบวงสรวงเทพยดาอารักษ์
o พราหมณ์กล่าวนำบูชาเทพยดา อัญเชิญเทวดา
และอ่านโองการที่โต๊ะเครื่องบวงสรวงสังเวย
o กรรมการโครงการฯและแขกผู้มีเกียรติยืนพนมมือ
ฟังพราหมณ์อ่านโองการไปจนจบ
o คณะกรรมการฯและแขกผู้มีเกียรติปักธูปที่กระถางธูป
บูชาสักการะเหล่าเทพยดาทั้งปวง
09.39 น. พิธีวางศิลาฤกษ์ อาคาร “108 ปี หลวงตาพระมหาบัว”
o ประธาน (พระราชวชิรธรรมาจารย์ วิ. -พระอาจารย์สุธรรม
เจ้าอาวาส วัดป่าบ้านตาด ) จุดธูปเทียน บูชาพระรัตนตรัย
o พิธีกรกล่าวนำอาราธนาศีล – พระปริต
o พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
09.59 น. วางศิลาฤกษ์ อาคาร “108 ปี หลวงตาพระมหาบัว”
10.19 น. รับฟังพระธรรมโอวาท และรับพร
11.11 น. รับประทานอาหารและถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกัน
💚 มูลนิธิดวงแก้ว ในพระสังฆราชูปถัมภ์ฯ 💚
ขอเชิญร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์อาคาร “108 ปี หลวงตาพระมหาบัว” ซึ่งเป็นอาคารรับป่วย และตึกสงฆ์อาพาธ จำนวน 33 เตียง มอบให้ รพ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เพื่อบูชาพระคุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงตาพระมหาบัว ในวาระ 108ปี ชาตกาล องค์ท่าน พวกเราเหล่าศิษยานุศิษย์โดยมี พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด เมตตาเป็นประธานโครงการฯ เพื่อนำพวกเราร่วมกันสร้างอาคารตึกสงฆ์อาพาธนี้เป็นสาธารณประโยชน์อุทิศบุญกุศลนี้ถวายเป็นอาจาริยบูชาต่อพ่อแม่ครูอาจารย์ ให้พระนามขององค์ท่านสถิตย์อยู่ในใจของปวงไทยทั้งมวลตลอดไป
💖💖💖
ร่วมบุญได้ที่
1. เช็คหรือธนาณัติ สั่งจ่ายในนาม “มูลนิธิดวงแก้ว” ปณ.สมุทรปราการ
จ่าหน้าซองถึง
พล.ร.ต. นพ. ดร. ปิโยรส ปรียานนท์ รน.
เลขที่ 1/1 ซ.23 กันตะบุตร ถ.สุขุมวิท ต.ปากน้ำ
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10270
2. ร่วมบริจาคผ่านทาง ธนาคารทหารไทย
2.1 ชื่อบัญชี “ มูลนิธิดวงแก้ว ” เลขที่ 082-229-2876
สาขาอิมพีเรียลเวิลด์สำโรง
2.2 ชื่อบัญชี “วัชรธรรมสถาน” เลขที่ 040-2-33624-2
สาขา รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า
เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาส่งหลักฐานการโอนมาที่
Email: vacharadham@gmail.com หรือ ที่โทรสาร 02-049-7184
3. ประสานงานสนับสนุนโครงการ โทร.085-1239952 และ 081-8755588
💖 หรือทางไลน์ id line dkf33 นะครับ❤️