วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

กฐินครั้งที่2ปี51 23-26ตค.

กลับมาจากกฐินรอบที่2 23-26ตค.51

14วัดผ้าป่า 3วัดกฐิน

เดินทาง200กม. กิจกรรมใน6จังหวัด

มูลค่าทำบุญรวมผ้าป่า+กฐิน กว่า 5ล้านบาท

วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2551

กฐินประจำปี51 18-19ตค.

เพิ่งกลับจากอุดรฯไปงานกฐินที่วัดป่าบ้านตาดแวดป่าภูสังโฆ

นอกนั้นก็แวะไปกราบนมัสการหลวงปู่เหรียญ,ลป.เทศน์ พระธาตูพังพวน,พระธาตุกลางน้ำ,พระธาตุบุ รวมทั้งกราบหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย พระคู่บ้านคู่เมืองของจ.หนองคาย ทางจังหวัดและทางสนง.พระพุทธศาสนามาต้อนรับ เป็นที่ปิติแระลึกในไมตรีนี้อยู่เสมอไป โดยเฉพาะผอ.ใหม่ทั้งที่อุดรฯและหนองคาย น่ารักมากๆ ขออนุโมทนาด้วย และพนักงานขับรถ คุณแก้วที่ทางกรมทรัยากรน้ำส่งมารับดูแลเราดีมากครับ ขอขอบคุณ ณ ที่นี้

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2551

รร.ยิ้มสวยเสีบงใส

อาทิตย์ที่ผ่านมาเราไปดูและประชุมเตรียมงานเปิดโรงเรียนฝึกพูดให้เด็กๆปากแหว่งเพดานโหว่ที่วัด ใหญ่ชัยมงคลจ.อยุธยา น้องๆที่ท่านที่เป็นอาสาสมัครรับจัดการงานนี้น่ารักมากขอให้บุญกุศลส่งให้ท่านสมหวังและมีความสุขตลอดไป

จัดของขวัญให้เด็กเมืองน่าน

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ข้อคิดดี ๆ จากรอยตะปู

ผมได้รับข้อคิดดีๆนี้จจากเพื่อนทางเมล

และคิดว่าคงมีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆบ้าง

โดยเฉพาะในสังคมไทยปัจจุบัน

ช่วยกันสร้างชาติไทยของเราให้สงบ สวยงสม และน่าอยู่นะครับ


ข้อคิดดี ๆ จากรอยตะปู


มีเด็กน้อยคนหนึ่งอารมณ์ไม่ค่อยจะดีพ่อของเขาจึงให้ตะปู
กับเขา 1 ถุงและบอกเขาว่า ทุกครั้งที่ลูกรู้สึกไม่ดี โมโห หรือโกรธใคร
ก็ตาม ให้ตอกตะปู 1 ตัว ลงไปที่รั้วหลังบ้านก็แล้วกัน วันแรกผ่านไป
เด็กน้อยตอกตะปูเข้าไปที่รั้วถึง 37 ตัว วันที่ 2 และ วันที่ 3 และแต่
ละวันที่ผ่านไป ผ่านไปจำนวนตะปูก็ค่อยๆลดลง ลดลงๆ เพราะเด็กน้อย
รู้สึกว่า การรู้จักควบคุมตัวเองให้สงบ ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ



แล้ววันหนึ่ง หลังจากที่เขาสามารถ ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น
ใจเย็นมากขึ้น เขาเดินไปหาพ่อเพื่อบอกว่า เขาคิดว่าเขาไม่จำเป็นที่
ต้องตอกตะปูอีกแล้ว เพราะเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาสามารถควบคุม
ตัวเองได้ดีขึ้น ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนแล้ว

พ่อยิ้มแล้วบอกลูกชายว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ลองพิสูจน์
ให้พ่อดู ทุกๆครั้งที่ลูกสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตัวเองได้
ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้านที่ละ 1 ตัว วันแล้ววันเล่า เด็กชาย
ก็ค่อยๆถอนตะปูออกทีละตัว ๆ จนในที่สุด วันหนึ่งตะปูทั้งหมดก็ถูก
ถอนออกเด็กชายดีใจมากรีบวิ่งไปบอกพ่อของเขาว่า ผมทำได้แล้วครับ
ในที่สุดผมก็ทำได้สำเร็จ




พ่อไม่ได้พูดว่าอะไร แต่จูงมือลูกของเขาไปที่รั้วนั้น แล้วบอก
ลูกทำได้ดีมากทีนี้ลองมองกลับไปที่รั้วสิ เห็นมั๊ยว่ารั้วมันไม่เหมือนเดิ
มันไม่เหมือนกับที่มันเคยเป็นก่อนหน้านี้ ลูกจำไว้นะ ว่าเมื่อไหร่ที่เราทำ
อะไรลงไปด้วยการใช้อารมณ์ สิ่งนั้นมักจะเกิดรอยแผล เหมือนกับการ
เอามีดไปกรีดหรือแทงใครเข้า ต่อให้ใช้คำว่า..ขอโทษ...สักกี่หน
ก็ไม่อาจจะลบรอยแผลหรือความเจ็บปวดที่เกิดกับเขาคนนั้นได้ ลูกจงจำ
คำว่า ..ขอโทษ..ไว้เสมอนะ ไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เรา หรือ ไม่ก็ตามนะ
จำไว้อีกด้วยว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้น รอยร้าวที่เกิดขึ้นกับเขา
เขาอาจจะไม่มีวันลืมมันได้......ตลอดไป

สิ่งที่สำคัญคือ รู้ทันความโกรธให้เร็วที่สุด ทันทีที่สติรู้ทันว่า
เราปล่อยให้ความโกรธครอบงำ อย่างน้อยมันจะหยุดเพ่งโทษคนอื่
วางความยึดมั่นว่าเราถูกลงเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขสถานการณ์
ดีกว่าปล่อยให้ความยึดว่า ตัวเองถูกเสมอ หรือฐิทิมานะมาทำลาย
ทุกอย่างรวมทั้งชีวิตตัวเราเอง

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เตรียมตัวไปอินเดีย6-16ธค.นี้

การเดินทางในอินเดีย (โปรดทราบ-โปรดเตรียม-โปรดระวัง)

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

เมื่อศรัทธาท่านถึงที่สุด ใจท่านพร้อมเกินร้อย….อยากจะเดินทางไปกราบพระ ณ แดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดียด้วยตนเองสักครั้งหนึ่งในชีวิตให้ได้ แต่ว่าแผ่นดินแห่งนี้อยู่ห่างจากสุวรรณภูมิแดนสยามหลายพันกิโลเมตร กับทั้งยังถูกกล่าวขวัญกันว่าเป็นแดนปราบเซียนเดินทางทั้งหลายอีกด้วย นักเดินทางผู้มากด้วยประสบการณ์ที่ผ่านเส้นทางทุกสภาพมาแล้วทั่วโลก แต่ก็อาจมาสยบยอมแพ้ที่อินเดียได้ไม่ยาก จึงไม่ง่ายนักหรอกที่จะผ่านอินเดียไปได้โดยสวัสดิภาพและราบรื่นและถ้าหากท่านสามารถเดินทางผ่านอินเดียได้แล้วก็เชื่อว่าท่านจะเดินทางไปที่ไหนก็ได้ทั่วโลกไม่ยากเช่นกัน….....นับว่าเป็นการ ท้าทายยิ่งนักสำหรับนักเดินทางผู้พกห่อศรัทธาใบใหญ่อันเต็มเปี่ยมล้นหัวใจ ที่ใจอยากจะไปกราบพุทธองค์ถึงที่ทรงประทับ
เตรียมข้อมูล -ภาษา
คนอินเดียส่วนใหญ่พูดอ่านอังกฤษ

เตรียมการแต่งกาย :
อินเดีย เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ และผู้คนมีลักษณะความเป็นชาตินิยมสูง โดยเฉพาะรัฐพิหารและรัฐยูพีที่มีพุทธสถานตั้งอยู่เป็นจำนวนมากนั้น การแต่งกายควรเตรียมเครื่องแต่งกายที่ไม่นำสมัยจนกลายเป็นเป้าสายตาของอาบัง และไม่บังทั้งหลาย หรือหากจะมีชุดอินเดียใส่ในช่วงระหว่างการเดินทางก็จะเป็นการกลมกลืนและปลอดภัยไปหลายเรื่องส่วนเครื่องประดับควรงดติดตัวไป

อากาศในอินเดียและเนปาล เดือนธันวาคมค่อนข้างหนาวสูงสุด25-26องศากลางวันแต่ต่ำสุด8-9องศากลางคืนเสื้อกันหนาว ผ้าพันคอ หมวกกันแดดและหมวกกันหนาว ถุงมือ ถุงเท้า รองเท้าส้นเตี้ยที่สวมแล้วเดินสบาย ควรใส่เสื้อหลายตัวเวลาหนาว พอหายหนาวจะได้ถอดออกได้

เตรียมอาหาร-อุปกรณ์ :
ประชาชนอินเดียกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นมังสะวิรัติ และอาหารก็ค่อนข้างจะออกไปมัน ๆ รสชาติไม่ค่อยถูกปากสำหรับผู้มาใหม่ ควรมีน้ำปลาหรือน้ำพริกเผาติดตัวไปบ้างก็ดี บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่มควรดื่มน้ำแร่ที่บรรจุขวดมีขายทั่วไป

ส่วนน้ำแข็งถ้าไม่ใช่ที่โรงแรมระดับห้าดาวก็อย่าถามหาและไม่สะอาดพอที่จะดื่ม

สำหรับผลไม้และผักจะมีเยอะมากตามฤดูกาลและราคาถูกปลอดสารพิษ

สัมภาระที่นำไปนอกจากธูปเทียนทองเครื่องบูชาสักการะแล้วก็มีอุปกรณ์การเดินทางที่จำเป็นเช่น ไฟฉาย เพราะอินเดียวันไหนไฟไม่ดับนับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ( ไฟฟ้าอินเดียใช้ขนาด220V-240V,ที่เสียบไฟใช้ปลั๊กกลม )

ยารักษาโรคประจำตัว อย่าลืมเพราะหาได้ยากมาก ผ้าปิดจมูก กระดาษทิชชู ไฟฉายขนาดเล็กพร้อมถ่าน ร่ม มีดปอกผลไม้(ให้ใส่ไว้ใน กระเป๋าใหญ่)กล้องถ่ายรูป อาหารและขนมตามแต่ อัธยาศัย

เวลาอินเดียจะช้ากว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมงครึ่ง

พุทธสถานส่วนใหญ่จะเปิดให้เข้าชมจากพระอาทิตย์ขึ้น ถึงพระอาทิตย์ตกดิน

ไม่ควรนำเงินจำนวนมากออกนับต่อหน้าสาธารณชน ป้องกันความโลภของคนอาจเป็นเหตุฉกชิงวิ่งราวปล้นฆ่าเกิดขึ้น เพราะเห็นเงินจำนวนมากได้
เมื่อซื้อของ,จ่ายค่ารถ ฯลฯ อย่าลืมทวงเงินทอน และนับให้ครบก่อนที่จะออกจากร้านไป และอย่ารับเงินที่ชำรุดเพราะ จะลำบากในการใช้จับจ่ายภายหลัง ที่เนปาลจะไม่รับแบงค์ห้าร้อยรูปีอินเดีย
ไม่ควรสวมรองเท้า เข้าศาสนสถานไม่ว่าของศาสนาใด ๆ ก็ตาม
ไม่ควรสนทนาในแง่ลบของชาติหรือศาสนา ควรสนทนาเรื่องส่วนที่ดี เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดี ถ้าเห็นท่าไม่ดีแนะนำให้พกหลวงพ่อเฉยไว้เป็นดี
ไม่ควรจ่ายเงินก่อนไม่ว่ากรณีใด ๆ จนกว่าจะมีหลักประกันว่าเงินท่านจะไม่โดนหลอกไปฟรี ๆ
คนอินเดียเถียงกันเสียงดังได้ แต่ถ้าใครลงไม้ลงมือก่อนผู้นั้นจงระวังจะโดนลงแขก
ไม่ควรรับประทานสิ่งของ จากคนแปลกหน้าเด็ดขาด
ไม่ควรรับซื้อสิ่งของที่เป็นวัตถุโบราณทุกชนิด,หางนกยูง,งาช้าง..เพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
อย่าลืมเมื่อคนอินเดียพูดว่า No problems นั่นหมายถึงสำหรับเขาเท่านั้นไม่ใช่สำหรับคุณ
ติดต่องานต้องยืนยันอย่างน้อยสามครั้งในทุกเรื่องนี่คือเหตุผลของที่มาว่าทำไมต้องตั้งนะโม สามจบ
เมื่อคนอินเดียพูดว่า Tomorrow นั่นหมายถึงวันไหนก็ได้และก็ไม่ใช่วันนี้แน่นอนอย่าใจร้อน เขากำลังทดสอบ ความอดทนและความพยายามของคุณ
เตรียมทุน :
ควรแลกเงินเปลี่ยนเป็นสกุลดอลล่าห์สหรัฐไว้ให้พร้อม เป็นใบละ 100 U$ หรือ 50 U$ จะดี เมื่อถึงอินเดีย นำแลกเป็นเงินสกุลรูปีใช้ได้ทันทีและจะได้ราคาสูงกว่าแบงค์เล็ก

วัดไทยทำบุญได้ทุกสกุล เงินบาทก็ได้


เตรียมเอกสารการเดินทาง:
หนังสือเดินทาง (Passport) เตรียมหลักฐาน คือทะเบียนบ้านตัวจริง,บัตรประจำตัวประชาชน ผู้ชายก็ต้องมีเอกสารทางทหาร พร้อมถ่ายเอกสารไปดำเนินการด้วยตนเอง ถ้าอยู่กรุงเทพฯ ไปที่กระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงสุล เลขที่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 02-5751041-44, ตึกเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ,ที่บางนา และยังมีสำนักงานต่างจังหวัด ที่เชียงใหม่ และที่ขอนแก่นด้วย สามารถรับเล่มได้ก็ประมาณ 3-4 วัน หรือจะขอรับทางไปรษณีย์ก็ได้


วีซ่า(Visa) เมื่อได้เล่มหนังสือเดินทางเรียบร้อยแล้ว ก็ดำเนินเรื่องขอวีซ่า คือเอกสารที่อนุญาตให้เข้าประเทศ โดยไปทำที่สถานทูตอินเดีย ตั้งอยู่ที่ ถ.สุขุมวิท ซ.23 (ประสานมิตร ) 02-258-0300-5, , เว็บไซต์ www.indianemb.or.th สถานกงสุลอินเดีย และสถานทูตเนปาล ถ.สุขุมวิท ซ.71 กรุงเทพ ฯ กรอกแบบฟอร์ม ถ่ายเอกสารหนังสือเดินทาง พร้อมภาพถ่ายขนาดสองนิ้วจำนวนสี่ ไปทำช่วงเช้าและ2-3วันต่อมาก็รับเอกสารได้ สำหรับวีซ่าเข้าอินเดียควรขอเป็น Multiple (M) เพราะการเข้า-ออกเนปาล ที่ด่าน โสเนาลี (Sonauli) ถ้าเลือก Single (S)จะมีปัญหาเรื่องการเข้าออกที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองกรณีที่ต้องกลับเข้าอินเดียอีก.

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ไปอินเดีย6-16ธค

ตามรอยบาทพระศาสดา นมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบล

สถานที่ประสูติ - ตรัสรู้ - ปฐมเทศนา - ปรินิพพาน

อินเดีย - กัตมัณฑุ - โภครา - นากาก๊อต - เมืองแห่งภูเขาหิมาลัย

ประเทศอินเดีย - เนปาล ระหว่างวันพุธที่ 6 16 ธันวาคม 2551

59,000 บาท+

วันแรก 6 ธันวาคม 2551 กรุงเทพฯ - เมืองคยา

09.00 น พร้อมกันสนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น4 ประตู 3 เคาน์เตอร์

สายการบินไทยอินเตอร์ TG 8820

12.00 น. เดินทางสู่เมืองคยา โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบิน TG8820

13.50 น. ( ตามเวลาท้องถิ่นอินเดียช้ากว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที ) ถึงสนามบิน เมืองพุทธคยา ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จัดรถโค้ชปรับอากาศรอรับ นำท่านชมวิถีชีวิตของชาวอินเดียในเมืองคยา สัมผัสแรกแห่งการเยือนดินแดนพุทธภูมินำท่านเข้าสู่ที่พัก Sujata Hotel ( แต่งชุดขาวเพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาคุณ)

นำท่านนมัสการพระแท่นวัชรอาสน์ สถานที่ ที่พระพุทธองค์ทรงประทับตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ไหว้พระสวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนา ถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมเวียนเทียนรอบองค์พระมหาเจดีย์ นำชมบ้านนางสุชาดาผู้ถวายข้าวมธุปายาส ชมแม่น้ำเนรัญชรา สถานที่พระพุทธองค์ ทรงอธิษฐานลอยถาดทองคำ จากนั้นนำกลับที่ โรงแรม Sujata/Tokyo

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ( คืนแห่งการปฏิบัติบูชาตลอดราตรีกรุณาแจ้งล่วงหน้า )

วันที่สอง 7 ธันวาคม 2551 พุทธคยา - ราชคฤห์ นาลันทา พุทธคยา

06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางสู่เมืองราชคฤห์ (ระยะทาง 85 กิโลเมตร )

ระหว่างทางสัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชนชาติอินเดีย ที่คงอยู่อดีตสู่ปัจจุบันเป็นวิถีที่ยาวนาน แวะชิมขนมขาชา ซึ่งเป็นขนมที่มีมาแต่สมัยพุทธกาล

08.30 น. นำท่านเข้านมัสการพระคันธกุฎีที่ประทับจำพรรษาของพระพุทธองค์ บนยอดเขาคิชกูฎ นำไหว้พระสวดมนต์ เจริญสมาธิเวียนเทียน นมัสการกุฏิพระอานนท์ถ้ำสุกรขาตาที่พระสารีบุตรเถระบรรลุพระอรหันต์ สถานที่พระเทวทัตกลิ้งหินเพื่อประทุษร้ายพระพุทธองค์ นำชมวัดเวฬุวัน ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกของพระพุทธศาสนา ที่พระเจ้าพิมพิสารสร้างอุทิศถวาย และเป็นสถานที่ ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์ 1,250 รูป ซึ่งมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ในวันเพ็ญมาฆมาส สวดมนต์ ทำประทักษิณรอบที่ประทับชมตะโปธารน้ำร้อนที่มีมาแต่สมัยพระพุทธกาล นั่งรถชมสภาพเมืองราชคฤห์+ที่ปฐมสังคายนา

11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน Rajgir Residency Hotel จากนั้นนำเข้านมัสการหลวงพ่อองค์ดำที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิตชมมหาลัยนาลันทา เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของสงฆ์ ซึ่งเคยเจริญรุ่งเรืองมากว่าพันปี ปัจจุบันคงเหลือซากปรักหักพัง เนื่องจากถูกรุกรานและทำลายโดยกลุ่มทหารเติร์ก ของพระเจ้าอเล็กซานเดรีย จากนั้นเดินทางกลับพุทธคยา

19.00 น. รับประทานอาหารเย็น ห้องอาหารเย็น และ พักผ่อนตามอัธยาศัย

นำท่านเข้านมัสการพระแท่นวัชรอาสน์ ใตต้นพระศรีมหาโพธิ พร้อมสวดมนต์เจริญภาวนา

วันที่สาม 8 ธันวาคม 2551 พุทธคยา เมืองพาราณสี

05.00 น. รับประทานอาหารเช้า แล้วออกเดินทางสู่พาราณสี (ระยะทาง 250 กิโลเมตร )

11.00 น. รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทางแบบปิกนิก

16.000 น. ถึงเมืองสารนาถ นำท่านนมัสการธรรมเมกขสถูป สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา

( ธัมมจักกัปปวัตนะสูตร ) โปรดปัญจวัคคีย์ ซึ่งเกิดพระรัตนตรัยขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก นมัสการพระคันธกุฎีหลังแรกที่พระพุทธองค์ทรงจำพรรษา เป็นพรรษาแรก หลังจากตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมโพธิญาณ นำท่านสวดมนต์พระธรรมจักร เจริญสมาธิ อธิษฐานจิต บำเพ็ญบุญ เสริมบารมี นำท่านรับประทานอาหารเย็น วัดไทยสารนาถ จากนั้นเข้าที่พัก โรงแรม India หรือเทียบเท่า/HHI

วันที่สี่ 9 ธันวาคม 2551 เมืองพาราณสี สาวัตถี

05.00 น. รับประทานอาหารเช้า ห้องอาหาร

05.30 น. นำท่านล่องเรือชมแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ ชมการอาบน้ำล้างบาปของชาวฮินดู ชมพิธีเผาศพริมฝั่งแม่น้ำคงคาที่ต่อเนื่องมากว่าสี่พันปีที่เปลวเพลิงไม่เคยดับเลยจากนั้นเดินทางสู่เมืองสาวัตถี (ระยะทาง 270 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 7 ชม. )

11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ภัตตาคาร อาหารอินเดีย มีจาปาตี ซัมโมซ่า

15.00 น. เดินทางเมืองลัลลัมปูร์ นำเข้าที่พัก โรงแรมมายา ( พระราชวังเก่าของกษัตริย์ )

นำท่านนมัสการวัดเชตะวันมหาวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่พระพุทธองค์ทรงจำพรรษานานถึง 19 พรรษา และเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งนี้ นมัสการพระคันธกุฎี กุฏิพระอรหันต์ ชมธรรมสภา นมัสการอานันทโพธิ์ ที่มีอายุยาวมาถึงปัจจุบัน ไหว้พระสวดมนต์ อธิษฐานจิต พระคันธกุฎี สมควรแก่เวลานำกลับที่พัก โรงแรมมายา ( พระราชวังเก่าของกษัตริย์ ) / Lotus

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ห้า 10 ธันวาคม 2551 นำชมเมืองสาวัตถี

06.00 น. รับประทานอาหารเช้า นำท่านเยี่ยมชมคฤหาสน์ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ชมบ้านบิดาของท่านองคุลีมาล ชมสถานที่พระพุทธองค์ทรงแสดงยมกปฏิหาริย์ชมสถานที่ธรณีสูบพระเทวทัต และ นางจิญจมาณวิกา นำสู่วัดไทยเชตะวัน ให้ท่านได้เจริญภาวนาอธิษฐานตามอัธยาศัย

11.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน

14.00 น. นำท่านสู่ลานธรรมเชตะวันมหาวิหารพุทธสถานที่ยิ่งใหญ่แผ่นดินที่พระพุทธองค์ทรงประทับจำพรรษารวมยาวนานถึง 25 พรรษาในสถานธรรมแห่งนี้ ท่านทั้งหลายได้รับอานิสงส์แห่งบุญที่เคยร่วมสร้างกันไว้ เวลาและโอกาส อันเป็นมงคลนี้ร่วมเจริญจิตภาวนาบูชาคุณพุทธองค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาคุณแด่องค์พระศาสดาสมควรแก่เวลา นำเข้าสู่ที่พัก โรงแรมมหามายา ( พระราชวังแห่งกษัตริย์ )

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่หก 11 ธันวาคม 2551 เมืองสาวัตถี กุสินารา

05.00 น. รับประทานอาหารเช้า จากนั้นเดินทางสู่เมืองกุสินารา ( ระยะทางประมาณ 280 กิโล ใช้เวลาเดินทางประมาร 7 8 ชั่วโมง ) สถานที่พระพุทธองค์ทรงวางพระวรกาย สาลวโนทยาน สถานที่ปรินิพพานแห่งพระพุทธองค์ ตั้งอยู่ ทางเข้าเมืองกุสินาราหรือ กุสาวดี กุสินาราสมัยพุทธกาล มัลลกษัตริย์เป็นผู้ครองเมืองแห่งนี้

11.30 น. รับประทานอาหารกลางวันแบบปิคนิก ระหว่างทาง

15.30 น. เดินทางถึงกุสินารา เข้านมัสการพระพุทธรูปปางปรินิพพานพระประติมากรรมที่เหมือนจริง และสวยงาม ที่มีอายุราว 1500 ปี ( มีความยาว 20 ฟุต = 7 เมตร) กุสินาราเป็นเมืองที่ มวลมนุษยชาติควรน้อมเข้ามาพิจาณา ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่แต่ละชีวิตก็ไม่เท่ากัน แต่ท่านสามารถเลือกที่จะอยู่อย่างมีความสุขที่แท้จริง ด้วยธรรมของพระพุทธองค์ นมัสการมกุฎพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพุธสรีระ ซึ่งเมื่อถวายพระเพลิงแล้ว จึงก่อพระสถูปขึ้น ที่ ถวายพระเพลิงแห่งนี้ที่ชาวพุทธได้กราบไหว้บูชา จากนั้นนำเข้าที่พัก ณ โรงแรม Imperial ในเมืองกุสินารา

19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่เจ็ด 12 ธันวาคม 2551 กุสินารา - ลุมพินี

06.00 น. รับประทานอาหารเช้า เดินทางสู่ลุมพินี ( ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชม. )

09.00 น. ถึงชายแดนด่านโสเนาลี ประเทศอินเดีย เนปาล ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเดนทางถึงลุมพินีวัน สถานที่พระนางสิริมหามายา ได้ประสูติกาลมหาบุรุษโลก เมื่อวันเพ็ญเดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราชที่ 80 นำท่านนมัสการสถานที่ ประสูติ และชมเสาศิลาที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างขึ้นพร้อมด้วยศิลาจารึกไว้เป็นหลักฐานสำคัญ นำท่านสวดมนต์ นั่งสมาธิ ชมสระโบกขรณี

11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน Crystal Hotel

14.00 น. นำชมวัดต่างๆ อาทิ วัดพม่า วัดเนปาล วัดญี่ปุน ตามโครงการพัฒนาพระพุทธศาสนา โดยให้ความร่วมของรัฐบาลเนปาลและองค์การยูเนสโก้ จากนั้นนำเข้าที่พัก โรงแรม Crystal Hotel or Nirvana

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ห้องอาหาร และพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่แปด 13 ธันวาคม 2551 ลุมพินี - โภครา

06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ห้องอาหาร ออกเดินทางสู่เมืองโภครา 180 กิโลเมตร ระหว่างทางสัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเนปาล ผ่านเมืองเล็กๆเข้าเขตภูเขา ป่าไม้ แม่น้ำ ทิวทัศน์ที่สวยงามของสองข้างทางตลอดเส้นทาง

11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทางแบบปิคนิก ( อาหารกล่องจากโรงแรม )

16.00 น. เดินทางถึงเมืองโภครา นำเข้าที่พัก Grand Hotel หรือเทียบเท่า

วันที่เก้า 14 ธันวาคม 2551 โภครา - กาฏมัณฑุ

03.00 น. ดื่มชา กาแฟร้อนๆ เพื่อความสดชื่นและประตูบานใหญ่จะเปิดให้ท่านได้สัมผัสกับธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ในม่านแห่งท้องฟ้า ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือเทือกเขาอันนะปุระ ฟิชเทล( เขาหางปลา ) ที่สูงตระหง่าน ( 6, 977) มีเทือกเขาหิมาลัย เป็นฉากกั้นที่สวยงามยิ่ง แสงสีทองเริ่มสาดส่องลงสู่พื้นโลก ท่านจะได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติที่อยู่เบื้องหน้า เก็บภาพมุมวิวที่สวยงามตามอัธยาศัย

06.00 น. รับประทานอาหารเช้า แล้วนำชมสระอโนดาต ( Phewa Tal Lake) ซึ่งมีเกาะกลางทะเลสาบ อันเป็นที่ตั้งของวิหารฮินดู ชมน้ำตกที่ลึกที่สุด ณ จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นยอดเขาหิมาลัย และป่าไม้ที่เขียวขจีตามเทือกเขา

11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ภัตตาคาร ออกเดินทางสู่เมืองหลวงกัตมัณฑุ ประเทศเนปาล เมืองแห่งมรดกโลก ด้านศิลปะศาสตร์ หัตถศาสตร์

17.00 น. ถึงกัตมัณฑุ นำเข้าที่พัก Grand Hotel ที่อยู่ในย่านทาเมล (Tamel)

19.00 น. รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย

***** สำหรับท่านที่ต้องการช้อปปิ้งเชิญตามอัธยาศัย *****

วันที่สิบ 15 ธันวาคม 2551 กัตมัณฑุ (ปักตาปูร์) นาคาก็อต

06.00 น. รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านสู่นครปาทัน เมืองแห่งมรดกโลก หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า ลาลิตปูร์ เมืองสำคัญ 1 ใน 3 แห่งเมืองหุบเขา โดยเป็นที่รู้จักกันในนามเมืองแห่งศิลปะ และเป็นเมืองที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง ชมพระราชวังโบราณ จัตุรัสปาทัน ( Patan Durbar Square ) ชมวิหารทองคำ เป็นวัดในพระพุทธศาสนาหลังคาทำด้วยแผ่นทองคำเป็นเส้นยาวลงมาจรดพื้นดิน ชมงานแกะสลักพระพุทธรูปจากไม้ต่างๆที่ประณีตบรรจง นำชมบ้านเทพธิดา (เทพธิดาพรหมจรรย์ ) จัตุรัสกัตมัณฑุ และเป็นมรดกโลก นมัสการเจดีย์สวยมภูวนารท หรือวัดลิง ( swayumbunath ) เป็นเจดีย์ในพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกมีอายุมากกว่า 2000 ปี ประดิษฐ์อยู่บนเนินกลางหุบเขากัตมัณฑุ สิ่งที่น่าสนใจคือ ดวงตาเห็นธรรม ( wisdom Eyes ) ซึ่งอยู่ตรงฐานของสถูปทั้ง 4 ด้าน จุดนี้ ถ้าทัศนวิสัยดีไม่มีหมอกลงจัด ท่านจะสามารถชมความงามของเทือกเขาหิมาลัย และทิวทัศน์ของเมืองต่างๆ

11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 น. เดินทางสู่เมืองมาคาก็อตวึ่งสามารถมองเห็นเทือกเขาเอเวอร์เรสท์ ระหว่างทางนำชมเมืองปักตาปูร์ เป็นเมืองหลวงเก่าของเนปาล จัดขึ้นเป็นมรดกโลกแห่งหนึ่ง

16.00 น. เดินทางถึงเมืองมาคาก็อตชมความงามของเทือกเขาหิมาลัยยามเย็นท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์

18.00 น. เดินทางถึงเมืองกัตมัณฑุ นำเข้าที่พัก โรงแรม จากนั้นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ห้องอาหาร

วันที่สิบหนึ่ง 16 ธันวาคม 2551 นครกัตมัณฑุ - สนามบินสุวรรณภูมิ

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ให้ท่านอิสระ

10.00 น. เดินทางสู่สนามบินนานาชาติตรีภูวัน

14.00 น. เหินฟ้าสู่เมืองไทย โดยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG 320

18.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

การไปอินเดียครั้งนี้เราจัดกันเองไม่ได้ใช้ทัวร์นะครับ พระอาจารย์กรุณาเป็นคนติดต่อทัวร์ในอินเดียให้ ส่วนในประเทศให้ทัวร์ซื้อตั๋วและทำvisaให้ครับ เดินทางกันง่ายๆสบายๆไม่รีบร้อน ดูแลตัวเองด้วยนะครับ เสมือนศึกษาและปฏิบัติธรรมไปตลอดทางครับ อาจจะแพงบ้างแต่ถึงเวลาลดราคาลงได้จะคืนครับ คณะนี้ไม่มีทัวร์แต่มีไกด์กิตติมศักดิ์ เป็นครูอาจารย์ของพวกเรา เราเรียนธรรมจากพระโอษฐ์กันมาแล้ว ตามไปดูของจริงและสอบกันที่อินเดียเลยครับ หวังว่าคงสอบผ่านกันได้ทุกท่านนะครับ น้ำหนักสัมภาระคนละ20กก.นะครับ กรณางดการสร้างปัญหาใดๆให้กับคณะโดยไม่จำเป็นนะครับ เราจะมีการประชุมก่อนเดินทางเพื่ออธิบายรายละเอียดทั้งหมดและการจัดที่นั่งในรถ การจัดห้องพัก การจัดเวรบริการคณะ เวรดูแลพระ จัดเจ้าภาพทอดผ้าป่าทำบุญในแต่ละแห่งที่ไปด้วยกัน ช่วยกันรับผิดชอบคณะนะครับ

เราได้รับคำตอบจากสายการบินสามารถรับคณะได้อีกตามที่สำรองไว้และคงจะปิดรับแล้วครับเราต้องไปด้วยรถ2คันครับ นั่งสบายๆครับ 25/25คน

คณะของเราจัดกันเองไม่มีเจ้าหน้าที่นะครับขอเชิญสมัครเป็นอาสาสมัครดูแลเพื่อนๆในคณะด้วยกันครับต้องการอาสาสมัครครับ

เราประหยัดกันมากหน่อยต้องขอโทษนะครับจะได้มีโอกาสทำบุญกันมากๆครับ


ประชุมสรุปการเดินทาง.........จัดห้อง.......จัดที่นั่งในรถ .......
อาทิตย์ที่ 30 พย. 13.00น
ห้องประชุมเล็ก สโมสร รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า13.00-17.00น
มีการแนะนำการเดินทางด้วย กรุณามารับเอกสาร+ซีดีแนะนำการเดินทางด้วยตนเอง
ผู้ที่ไม่ได้มาถือว่าสละสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ

ออกหน่วย+มอบของปีใหม่ ที่ น่าน

ปลายเดือนพย.นี้เราไปทำบุญกันครับ

21พย. ออกเดินทางจาก กทม.ไปถึงรพ.น่าน5โมงเย็น

ทำผ่าตัด17.00น.-24.00น.

22พย. เชาไปตลาดซื้อของทำบุญวัดวังวิโมกข์ ปล่อยนกปล่อยปลา/กบ

ทำผ่าตัดต่อจนจบ

23พย. เดินทางไปมอบของให้น้องๆ ที่ดอยชมภูภูคา และมอบเสื้อหนาว/ผ้าห่มให้ชาวบ้านที่บ่อเกลือ

มอบอาคารพักญาติให้รพ.บ่อเกลือ

24.พย. เดินทางกลับกทม.

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ผ้าป่าวัดธรรมปิฏก และนำพระประธานเข้าวัด

วันที่4ตค.ที่ผ่านมาพี่ดำและพี่อัญนำคณะไปทอดผ้าป่าพร้อมนำพระประธานที่เราร่วมกันหล่อเมื่อ14มิถุนายนที่ผ่ามมาไปประดิษฐานณอุโบสถที่เราร่วมกันสร้างขึ้นที่วัดป่าธรรมปิฏก ทับลาน ปราจีนบุรี

โดยมีกำหนดทอดกฐินและถวายวิหาร/เสนาสนะทานพร้อมกันในวันที่23ตุลาคมนี้ครับ เชิญร่วมงานครับ